ราชันประคองตัวเจ๊าหงส์แดงไร้สกอร์ ผ่านเข้าไปเจอเชลซี ส่วนเรือใบบุกย้ำแค้นเสือเหลือง ฉลุยสู่รอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เข้าไปปะทะเปแอสเช

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อวันที่ 14 เมษายน “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน นัดแรกมาดริดเปิดบ้านชนะ 2-1

เกมนี้เจ้าถิ่นจัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มิโน ลงประสานงานกันในแดนหน้า ส่วนทีมเยือนใช้งาน คาริม เบนเซมา, วินิซิอุส จูเนียร์, มาร์โก อเซนซิโอ

เริ่มเกมมาแค่ 2 นาที ลิเวอร์พูลวางบอลยาวไปข้างหน้าถึงเขตโทษ ซาดิโอ มาเน ตวัดจ่ายจังหวะเดียวให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงเร็วทันที ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ยังเซฟไว้ได้หวุดหวิด

นาที 11 เจมส์ มิลเนอร์ รับบอลจากเพื่อนแล้วลองปั่นจากระยะประมาณ 25 หลา ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องบินปัดทิ้ง ลิเวอร์พูลยังไม่ขึ้นนำ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังนาที 46 โอกาสเป็นของลิเวอร์พูล โรแบร์โต ฟีร์มิโน รับบอลได้ในเขตโทษแล้วโยกหาจังหวะสับไกยิง ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง

นาที 66 มาดริดวางบอลจากแดนตัวเองขึ้นหน้า วินิซิอุส จูเนียร์ สปีดแซงกองหลังเข้าไปยิงติด อลิสสัน เบ็กเกอร์ บอลมาทาง คาริม เบนเซมา จะซ้ำก็โดนอลิสสันปราดออกมาบล็อกไว้ได้อีก

นาที 90 ลิเวอร์พูลแย่งบอลได้ในระยะอันตราย ติอาโก อัลคันตารา ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงมุมแคบ ก็ยังเจอ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันได้อีก จบเกมจึงเสมอกัน 0-0 มาดริดชนะผลรวม 3-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอเชลซี จากอังกฤษ

Soccer Football – Champions League – Quarter Final – First Leg – Manchester City v Borussia Dortmund – Etihad Stadium, Manchester, Britain – April 6, 2021 Manchester City’s Phil Foden in action with Borussia Dortmund’s Mats Hummels, Raphael Guerreiro and Manuel Akanji REUTERS/Phil Noble TPX IMAGES OF THE DAY

อีกคู่ “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดสนามซิกนัล อิดูนา ปาร์ก รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาที 15 มาห์มูด ดาฮูด วิ่งมายิงในเขตโทษติดกองหลัง จูด เบลลิงแฮม เก็บบอลได้แล้วยิงอีกที คราวนี้ผ่านเซฟนายทวารเข้าไป จบครึ่งแรกดอร์ตมุนด์นำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 52 ฟิล โฟเดน เปิดจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลาง เอ็มเร ชาน พยายามโหม่งสกัดแล้วบอลไปโดนแขน ผู้ตัดสินจึงเป่าเป็นจุดโทษแก่แมนฯซิตี้ ริยาด มาห์เรซ สังหารเข้าไปไม่พลาด สกอร์เสมอกัน 1-1

นาที 75 แมนฯซิตี้เล่นเตะมุมสั้นทางฝั่งขวา แบร์นาร์โด ซิลวา ตัดสินใจจ่ายย้อนมาหน้าเขตโทษให้ ฟิล โฟเดน สับไกด้วยซ้าย บอลพุ่งเป็นจรวดผ่านเซฟนายทวารชนเสาเข้าไป ทีมเยือนจึงแซงชนะไป 2-1

ทำให้แมนฯซิตี้เป็นฝ่ายชนะผลรวม 4-2 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปเจอปารีส แซงต์ แชร์กแมง รองแชมป์เก่าจากฝรั่งเศส โดยเกมแรกจะเตะ 27-28 เมษายน และเกมสองเตะ 4-5 พฤษภาคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน