วีตาลี คลิทช์โก อดีตแชมป์มวยโลกรุ่นยักษ์ พร้อมจับอาวุธร่วมกองทัพ ยูเครน หากชาติบ้านเกิดต้องทำสงครามกับรัสเซีย

อดีตแชมป์โลกรุ่น เฮฟวี่เวต 4 สถาบัน วัย 50 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดหลังรัสเซียส่งกองกำลังทหารรัสเซีย 100,000 นายเข้าประชิดใกล้พรมแดนยูเครนแล้วเพื่อแย่งชิงอำนาจด้านยุทธศาสตร์


“ผมพร้อมจับอาวุธ และสู้ ผมไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืนแล้ว ผมสามารถยิงปืนได้ทุกรูปแบบ” คลิตช์โก เผย พร้อมระบุว่า วลาดิเมียร์ คลิทช์โก น้องชายฝาแฝด สมัครเป็นทหารกองหนุน เพื่อช่วยยูเครนรบแล้วเช่นกัน “นั่นเป็นเหตุผลที่เรามีบังเกอร์จัดเตรียมไว้ 5000 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้คนได้ 200,000 คน ผมกลัวที่จะต้องคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันเป็นคำกล่าวที่ดีที่เคยมีคนพูดว่า หากคุณต้องการสันติภาพ ก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม”

ด้าน วลาดีสลาฟ เฮราสเกวิช นักกีฬาทีมชาติยูเครน ยอมแหกกฎชูป้ายเรียกร้องไม่ให้เกิดสงครามในยูเครน ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดระหว่างลงแข่งขันสเกเลตัน ในโอลิมปิก ฤดูหนาว “ปักกิ่ง2022”

จากสถานการณ์ที่ท่ามกลางความตึงเครียดจนเกรงว่าจะเกิดสงครามได้ ล่าสุดระหว่างการแข่งขัน สเกเลตัน วลาดีสลาฟ แอบพกกระดาษที่มีสีเหลือง-น้ำเงิน พร้อมข้อความ “โน วอร์ อิน ยูเครน” เพื่อเรียกร้องสันติภาพต่อหน้ากล้อง หลังการแข่งขันรอบสุดท้ายของตัวเอง ซึ่งตามกฎบัตรของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) ข้อ 50 ไม่อนุญาติให้นักกีฬาแสดงข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเมือง, ศาสนา, การแบ่งแยกสีผิวในพื้นที่แข่งขัน

วลาดีสลาฟ ซึ่งจบอันดับ 17 ยอมรับว่า “ในจุดยืนของผมก็เหมือนกับคนธรรมดา ผมไม่ต้องการให้เกิดสงคราม ผมต้องการสันติภาพในประเทศของผม และทุกๆที่ในโลกใบนี้ ผมพร้อมจะต่อสู้เพื่อสิ่งนั้น ในยูเครนเวลานี้ค่อนข้างสับสนอลหม่าน มีแต่ข่าวทหาร อาวุธ ปืน เข้าในยูเครน ไม่โอเคเลย นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้ว ผมตัดสินใจก่อนโอลิมปิกด้วยซ้ำว่าผมจะทำแบบนี้ ผมหวังว่าโอลิมปิกจะสนับสนุนผม ไม่มีใครต้องการสงครามหรอก”

อย่างไรก็ตามท่าทีของไอโอซีอาจจะไม่ได้ลงโทษนักกีฬาจากยูเครน โดยมองว่าเป็นการเรียกร้องสันติภาพ และไม่มีการสอบสวนใดๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน