เสี่ยวินิจ นายวินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหารเฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ยืนยันการจัดแดงเดือดที่ไทยจะสร้างเม็ดเงินไหลเวียนมหาศาล เผยผังที่นั่งตามโซเชี่ยลยังไม่ชัวร์

เสี่ยวินิจ นายวินิจ เลิศรัตนชัย แจงไม่เคยของบประมาณจากรัฐ ชี้เป็นการเข้าใจผิดกัน คาดศึกแดงเดือดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ-อีเวนต์ไทย ช่วงครึ่งปีหลังได้ ยังเชื่อมั่นบัตรขายหมด แม้มีกระแสราคาแพง คอนเฟิร์ม “โคล-รัช” บุกแถลงข่าว 10 มี.ค.นี้ ความเคลื่อนไหวฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ “THE MATCH Bangkok Century Cup 2022” การพบกันระหว่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 12 ก.ค. โดยนายวินิจ เลิศรัตนชัย ผู้บริหารบริษัท เฟรชแอร์เฟสติวัล จำกัด เป็นโต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายวินิจ ได้เดินทางมาที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมให้สัมภาษณ์กับมติชน, ข่าวสด, มติชนทีวี และประชาชาติธุรกิจ ถึงความคืบหน้าล่าสุดของการจัดการแข่งขันนัดนี้ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ นายวินิจ เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้ ใช้เวลานานมากทำงานกันมา 2 ปีเศษ ตอนแรกคุยกับลิเวอร์พูลก่อนเพื่อหวังจะพามาฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ประเทศไทย แต่เจอปัญหาโควิด-19 เลยทำให้พับแผนไป แล้วเอเยนต์คนเดิมได้ติดต่อมาอีกครั้ง เลยเสนอไปว่าถ้าจะมาอยากได้ลิเวอร์พูลปะทะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงได้เริ่มเจรจากัน เป็นการติดต่อที่ยากเพราะปกติทีมเดียวยากอยู่แล้ว นอกจากประเทศไทยมีอีกหลายประเทศที่อยากได้ เพราะคือประวัติการณ์ นานๆ สองทีมนี้จะออกมาเจอกันนอกเกาะอังกฤษ

เจ้าพ่ออีเวนต์เมืองไทย กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทั้งสองทีมเลือกประเทศไทยนั้น ตนพยายามใช้ทุกเหตุผลเข้ามาทั้งเรื่องงบประมาณ การทำงานต่างๆ สิ่งที่คิดว่าเอาชนะได้คือประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางของเอเชียได้ เป็นประเทศที่มีแฟนบอลทั้งสองทีมไม่เป็นรองใคร และสามารถเป็นศูนย์กลางให้คนเอเชียบินมาประเทศไทยได้สะดวก พร้อมต้อนรับทั้งทีมและแฟนบอล ดังนั้นน่าจะเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกที่นี่ แม้ว่าฐานแฟนบอลในจีน หรือญี่ปุ่นอาจจะดีกว่า แต่คิดว่าเงื่อนไขไทยน่าจะง่ายกว่าทั้งสองประเทศ อีกทั้งแฟนบอลจากอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ หรือญี่ปุ่นเองเดินทางมาง่ายกว่ารู้สึกดีใจที่ทำให้ทั้งสองทีมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเอเชียได้ ส่วนเรื่องกระแสราคาบัตรที่มีเสียงสะท้อนว่าราคาแพงไปหรือไม่นั้น

นายวินิจ กล่าวว่า ทีมงานพยายามอยากให้ดีลนี้เข้าถึงคนได้มากที่สุดและเป็นไปได้ทั้งสองฝ่าย ยอมรับว่าคงไม่คุ้นชินกับค่าตั๋ว แต่ถ้าลองนึกภาพจะไปดูเกมนี้ที่อังกฤษ ต้องมีเงินระดับแสนบาทขึ้นไป บัตรราคานี้ในไทยหลายคนยังไม่เชื่อว่าจะจัดขึ้นได้ด้วยซ้ำ แต่พยายามทำให้เกิดขึ้น ต้องมีผู้สนับสนุนอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ “เอาจริงๆ งบลงทุนครั้งนี้ต่อให้ขายบัตรได้หมดทุกที่นั่ง ยังไม่ได้ทุนในการจัดการแข่งขันเลยด้วยซ้ำ เรารู้ว่าทั้งสองทีมค่าตัวที่จะมามันเยอะมากๆ แต่ข้อหนึ่งที่ทำเอาไว้คือเกมนี้จะเป็นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีแค่ที่ไทยที่เดียว ไม่มีบินไปจัดที่อื่นต่อด้วย ดังนั้นมันจึงเป็น “เกมแห่งศตวรรษ” “เรื่องของนักเตะที่จะเดินทางมาแข่งขัน เราไม่สามารถเขียนบังคับในสัญญาได้ว่าจะให้ใครมาบ้าง เพราะถ้ามีปัญหาคงฟ้องร้องวุ่นวาย แต่เชื่อมั่นความเป็นสโมสรใหญ่ เขาเขียนไว้ว่าเป็นชุดใหญ่มา จะเป็นชุดใหญ่เดินทางมาแน่นอน แล้วความโชคดีคือปีนี้ไม่มีทัวร์นาเมนต์กลางปีเลย เนื่องจากฟุตบอลโลกย้ายไปปลายปีแทน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะเปิดฤดูกาลเร็วขึ้น คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เตะกันตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.”

 

“ดังนั้นทั้งสองทีมต้องเตรียมตัวเร็วขึ้น ถ้าหากมาเก็บตัวแล้วไม่ได้ฟูลทีมมา โค้ชคงไม่พอใจเช่นกัน เพราะต้องเรียกความฟิตนักเตะในช่วงเวลานั้น ดังนั้นนี่จะเป็นอีเวนต์ใหญ่กลางปี ที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศไทยเท่านั้น” นายวินิจ กล่าว เสริมว่า การแข่งขันครั้งนี้จะใช้โปรดักชั่นจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาประสานงานกับทีมงานในไทย เพื่อถ่ายทอดสดไปยังหลายประเทศ ดังนั้นมาตรฐานการถ่ายทอดสดจะเป็นระดับอินเตอร์จริงๆ รวมถึงผู้ตัดสินก็จะเป็นผู้ตัดสินอังกฤษทั้ง 4 คน ร่วมกับทีมงานผู้ตัดสินไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาวงการฟุตบอล ส่วนวีเออาร์นั้นยังเป็นตัวเลือกอยู่ เนื่องจากเกมนี้แม้จะเตะกระชับมิตร แต่ก็จะมีถ้วยรางวัลด้วย เป็นถ้วยเดียวในโลกที่ทั้งสองทีมจะนำกลับไปไว้ในตู้โชว์ที่ประเทศอังกฤษ “สำหรับตัวเองถ้าประสบความสำเร็จเรื่องนี้คงไม่กลับมาทำซ้ำอีกแล้ว ในอนาคตเราอยากเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ หรือฟุตบอลโลก คิดว่าเราจะต้องทำให้ได้ แต่นี่คือสิ่งที่เราทำได้ คิดว่าโลกของฟุตบอลจะหยุดนิ่งในวันนั้น ไม่ใช่แค่คนไทยจะมีความสุข แต่ใน 2 ปีที่ผ่านมาเราซึมเศร้า ไปไหนไม่ได้ เศรษฐกิจไม่เดิน ความสุขถดถอย แต่นี่น่าจะเป็นการนับหนึ่งเริ่มต้นอย่างดี กระชากให้ชีวิตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มีเม็ดเงินกลับเข้ามาในเมืองไทย” เจ้าพ่ออีเวนต์ ยังกล่าวด้วยว่า กิจกรรมคร่าวๆ ที่คุยกันไว้ วันที่ 10 มีนาคม จะมีการแถลงข่าว ฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีแอนดี โคล และผู้บริหาร ส่วนฝั่งลิเวอร์พูลจะเป็นเอียน รัช กับผู้บริหาร จากนั้นจะมีกิจกรรมจากสปอนเซอร์ที่เตรียมกันเอาไว้ สร้างบรรยากาศให้คึกคักก่อนถึงการแข่งขัน จากนั้นใกล้ๆ แข่งจะมีอดีตผู้เล่นมาทำคลินิกฟุตบอลและกิจกรรมเสริมต่างๆ ส่วนสนามเมื่อปรับปรุงเสร็จสิ้น ตกแต่งเรียบร้อย จะมีสเตเดียมทัวร์ ช่วงก่อนแข่ง 10 วัน และหลังแข่งอีก 5-7 วัน

ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องการของบจากรัฐบาล 400 ล้านบาทนั้น นายวินิจ ชี้แจงว่า จดหมายที่ส่งไปทางราชการคือเรื่องของการขอใช้สนาม การสำรวจสนาม และขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐบาล นำรายละเอียดไปเสนอ ยืนยันว่ามีการขอสนับสนุนจริง แต่ไม่เคยมีรายละเอียดเรื่องตัวเงินว่าขอเท่าไหร่หรืออย่างไร ทั้งหมดเป็นร่างเอกสารว่าถ้าเป็นแบบนี้ จะต้องทำอย่างไร ไม่ได้บังคับว่าต้องได้เงิน 400 ล้านบาท อยู่ที่จะช่วยแบบไหน ไม่ต้องช่วยเป็นเม็ดเงิน เป็นการอำนวยความสะดวก ประชาสัมพันธ์ ดูแลความปลอดภัย มันไม่ต้องเป็นเงินอย่างที่ข่าวออกมา เชื่อว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด

นอกจากนี้อีกตัวเลขหนึ่งที่ออกมาเรื่องว่าจะได้เงินสะพัดจากการจัดการแข่งขันนี้เท่าไหร่ ที่มีข่าวออกมาคือ 5,600 ล้านบาท นั่นคือการทำเซอร์เวย์ว่าประเทศไทยจะได้อะไรบ้าง ไม่ได้หมายว่าเงินนี่จะเข้ากระเป๋าของตน มันเป็นเลขรวมเช่น นักท่องเที่ยวเข้ามาเท่าไหร่ มีเม็ดเงินแค่ไหน มันเป็นแค่การวางแผนไว้เฉยๆ แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจริงตัวเลขเงินไหลเวียนประเทศจะสูงกว่าที่คาดไว้หลายเท่า “การขอสปอนเซอร์ขอไป 100 บางคนอาจจะให้แค่ 30 เท่านั้น แต่ภาครัฐยืนยันว่าไม่ได้ขอแม้แต่บาทเดียว ที่ทำหนังสือไป แค่ขอจัดกิจกรรม แล้วจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เพียงแต่มันมีเอกสารประกอบ รายละเอียดต่างๆ มันไม่ใช่เอกสารทางการ และเป็นความลับธุรกิจด้วยซ้ำ ดังนั้นอยากให้เข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นแบบนี้” นายวินิจ ยังกล่าวอีกว่า สปอนเซอร์ตอนนี้เปิดเผยได้รายเดียวคือแอดไวซ์ เป็นบริษัทไอที เป็นสปอนเซอร์รายแรกๆ ที่เซ็นกันตั้งแต่เดือนตุลาคม ส่วนอีกหลายๆ แห่งกำลังรีคอนเฟิร์มมา ทั้งรายใหญ่-รายย่อย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะไม่มีสปอนเซอร์เข้ามา หรือรัฐบาลไม่สนับสนุน จะเดินหน้าเต็มตัว เสี่ยวินิจยังกล่าวว่า ผังเข้าชมที่ออกมาตอนนี้ยังไม่ใช่ของจริงทั้งหมด ที่ยืนยันได้คือเรื่องราคาเท่านั้น แต่ทุกอย่างจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการวันที่ 10 มีนาคมนี้ ความจุทั้งสนามจะอยู่ที่ 59,000 คน จะแบ่งขายต่างชาติ 10,000-15,000 คน และคนไทย 45,000 คน รวมคนต่างจังหวัดด้วย 15 เปอร์เซ็นต์ ในระบบจะจองได้ไม่เกิน 2-4 คน ฉะนั้นจะไม่มีการซื้อเป็นกลุ่มก้อนแน่นอน

“เรื่องบัตรจะขายหมดหรือไม่คงต้องรอดู แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่าบัตรจะไม่พออยู่ วัดจากกระแสที่เข้ามาหาตัวเอง ปกติจัดคอนเสิร์ต 100 คนโทรหาขอบัตรฟรีสัก 98 แต่คราวนี้ไม่มีใครขอบัตรเลย มีแต่ขอจองบัตรราคาแพงสุด ตรงไหนก็ได้ ซึ่งช่วยได้แค่ให้เข้าตามระบบ ตามกติกาเท่านั้น” ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าถ้าสถานการณ์ประเทศไทยมีการระบาดมากขึ้นและต้องมีการกักตัวมากกว่า 1 วันจะส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันหรือไม่นั้น นายวินิจ กล่าวว่า ได้ดูสถานที่สำรองเอาไว้แล้ว 2-3 แห่ง ถ้าเกิดสถานการณ์ไม่ดีจริงๆ สามารถย้ายไปจัดการแข่งขันที่ประเทศอื่นแทนได้ แต่ไม่อยากให้สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นและอยากให้เกมนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยให้ได้ https://www.youtube.com/watch?v=p4niunTcoKk

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน