ศรีสะเกษ เตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 จัดสำรองชุดตรวจ ATK เบื้องต้นแล้วกว่า 1 แสนชุด เพื่อรับมือทัพนักกีฬากว่า 2 หมื่นคนที่จะเดินทางมาร่วมชิงชัย
นายชนินทร์ คุ้มใหญ่โต ผู้อำนวยการ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ ออกมาเปิดถึงมาตรการในการป้องกันและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัด ในการเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5-25 มี.ค.65 ว่า ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดได้ให้เจ้าหน้าที่และฝ่ายจัดการแข่งขันซักซ้อมแผนดูแลนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ทั้งที่อาจเกิดจากอาการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ รวมไปถึงกรณีที่มีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก หรือติดเชื้อโควิด-19

นายชนินทร์ เผยอีกว่า เบื้องต้นทางจังหวัดได้จัดหาและสำรองชุดตรวจ ATK ที่ได้มาตรฐานกว่า 1 แสนชุด เตรียมไว้ใช้ในช่วงของการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันแล้ว โดยในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั้น เราได้ออกมาตรการ พร้อมแจงไปยังจังหวัดต่างๆให้แจ้งทีมกีฬาและนักกีฬาได้รับทราบแล้วว่า ทุกคนที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันที่จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องเข้ารับการตรวจเชื้อด้วย ATK ในทุกๆ 3 วัน ในสถานที่ 3 แห่งที่เราได้กำหนดเอาไว้ ก็คือ ที่เกาะกลางน้ำ ข้างสนง.กีฬาจังหวัดศรีสะเกษ, ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตศรีสะเกษ และโรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งในการตรวจถ้าใครที่มีผลเป็นบวก เราก็จะมีทีมแพทย์ ให้ความช่วยเหลือและดำเนินมาตรการในการดูแลนักกีฬาต่อไป
“เงื่อนไขในการเดินทางเข้ามาศรีสะเกษ นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องแสดงหลักฐานการเข้ารับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ในรายเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ต้องมีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR เป็นลบในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม. ซึ่งเมื่อมาถึงจังหวัดแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจ ATK เพื่อออก ATK PASS CARD ให้อีกครั้งที่จุดบริการ ซึ่งในช่วงระหว่างที่การแข่งขันดำเนินการอยู่นั้น ใครที่ไม่มีผลตรวจอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนามแข่งขัน ซึ่งถ้าหากใครที่พยายามหลีกเลี่ยง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎ ก็จะถือว่ามีความผิดตามพรบ.โรคติดต่อของจังหวัด”
ผอ.สนง.กกท.จ.ศรีสะเกษ ยังเผยถึงความพร้อมของจังหวัดศรีสะเกษด้วยว่า เวลานี้กำลังดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ในสนามกีฬาต่างให้สมบูรณ์ครบทุกสนามกีฬา เริ่มติดตั้งอุปกรณ์ ส่วนมาตรการเข้ามาชมเกมในสนามกีฬา เรามีการหารือกับทางสาธารณสุขจังหวัดอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในไทยเวลานี้ ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ เพราะฉะนั้นการแข่งขันทุกๆรายการไม่สามารถเปิดให้แฟนๆกีฬาเข้าไปชมได้เต็มความจุ เบื้องต้นในเวลานี้คือ ร้อยละ 25 ของความจุ หรืออาจจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 50 หรือ 75 ตามความเหมาะสมและสถานการณ์
“เช่นกันกับพิธีเปิด ที่สนามความจุ 12,000 ที่นั่ง เราเองก็อยากให้ได้รับอนุญาตให้แฟนๆเข้าไปดูพิธีเปิดในสนามจริงๆได้สัก 6 พันคน เรื่องนี้เดี๋ยวจะมีการสรุปชัดกันอีกที ส่วนขั้นตอนและพิธีการในวันเปิด เราจะทำให้กระชับขึ้น โดยยังยึดคอนเซปท์ “กีฬาสีขาว” ไม่ใช่โฟม ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ และจะใช้เอฟเฟคต่างๆเข้ามาช่วยในกระบวนการแสง สี เสียง แทนการจุดพลุ อยากให้แฟนๆกีฬาไทยติดตามและชมพิธีเปิด ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ ที่ 5 มี.ค.นี้ เชื่อว่าน่าจะประทับใจและยิ่งใหญ่ในอีกรูปแบบหนึ่งไม่มากก็น้อยเลยครับ”