“บิ๊กเอ” นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบโยบายการบริหารงานให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม โดยมี “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. พร้อมด้วยรองผู้ว่าการ 4 คน ได้แก่ นายสังเวียน บุญโต, นายราเชลล์ ได้ผลธัญญา, นายณัฐวุฒิ เรืองเวส และพ.ท.รุจ แสงอุดม และคณะผู้บริหารผู้อำนวยการฝ่าย รับฟังนโยบาย

 

นายสกล รายงานว่า ปัจจุบัน กกท. มีอัตรากำลังบริหารงานอยู่ที่ 611 อัตรารวมตำแหน่งผู้ว่าการ และมีสำนักงาน กกท. ครบทุกจังหวัด โดยในปี 2561 กกท. มีภารกิจแน่นตลอดปีเริ่มจากเดือนมกราคม เตรียมนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูหนาว / เดือนกุมภาพันธ์ เตรียมจัดแข่งวินเตอร์ เทส จักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ซึ่งไทยบิดเจ้าภาพโมโตจีพีมาได้ 3 ปีซ้อน / เดือนมีนาคม จัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่ จ.น่าน / เมษายน จัดประชุมสมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ (สปอร์ตแอคคอร์ต) ระหว่างวันที่ 15-20 เมษายน โดยก่อนหน้านั้นระหว่างวันที่ 10-11 เมษายน จัดประชุมองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) 16 ภาคทั่วโลก ที่เซ็นทรัลเวิลด์ / เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก / เดือนกันยายน เตรียมนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่อินโดนีเซีย / เดือนตุลาคม โมโตจีพี ไฟนอล

 

นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า เห็นคิวดำเนินงานของ กกท. ในปี 2561 แล้วต้องขอเป็นกำลังใจให้ หลังจากกลับมาทำหน้าที่ รมว.กีฬา รอบนี้โครงสร้างต่างๆ เปลี่ยนไปมาก จากเดิม รมว.กีฬา จะเป็นประธานบอร์ด กกท. แต่ตอนนี้เป็นรองประธาน เรื่องของเงินบริหารงานของ กกท. เงินขาเข้านั้นไม่กังวลเพราะได้รับภาษีบาป ปีละ 3-4 พันล้านบาทเข้ากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวลกลับไปอยู่ที่เงินขาออกมากกว่า ผู้บริหาร กกท. ต้องมีธรรมาภิบาลดำเนินการอย่างมี “สปอร์ต สปิริต” ส่วนในเรื่องของแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 นั้น ตนได้ศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าเขียนกันไว้อย่างระมัดระวังดีแล้ว ก็ขอให้เดินตามแผนทุกประการ

 

นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ในฐานะนักกฎหมายทำให้ตนต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะในวงการกีฬาปัจจุบันมีกฎหมายหลายๆ ฉบับเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อด้ามจับพลิกกับมาอยู่ในมือของรัฐเยอะแล้ว มันจะร้อน ใครจับด้ามนี้ต้องร้อนแน่ๆ สปิริตของกีฬาอยู่ที่วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของการปกครอง เราต้องค่อยๆ ชช่วยกัน เราเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และแตกต่างจากการท่องเที่ยว ทั้ง กกท. และการท่องเที่ยว ภารกิจหลักไม่ใช่หารายได้ เรามีหน้าที่บริการประชาชน ไม่เหมือนกับ ปตท. หรือการไฟฟ้า ที่หารายได้เข้าประเทศ ดังนั้นเมื่อเรามีหน้าที่บริการประชาชน เราก็ต้องทำเรื่องของการมี “ธรรมาภิบาล” ให้ดีๆ เป็นแบบอย่างให้กับสมาคมกีฬา สโมสรกีฬา ตัวนักกีฬา

 

“ทุกวันนี้เรื่องของอุตสาหกรรมกีฬาเป็นกีฬาเพื่อสร้างเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ และเรากำลับเติบโตไปสู่เศรษฐกิจทั้งวงการ คนที่มองเข้ามาก็จะมองว่า รัฐ กำลังใช้อำนาจเพื่อเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ ดังนั้นต้องระวังเรื่องพวกนี้”รมว.กีฬากล่าว

 

นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ ต่อจากนายสกล วรรณพงษ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนมิถุนายนนี้นั้น ต้องทำแบบมีธรรมาภิบาล คุณสมบัติของผู้ว่าการ กกท. คนใหม่นั้น คนกีฬาอยากให้เป็นเช่นไร แบบไหน ก็ให้ส่งกันเข้ามาเยอะๆ จะได้ช่วยกันพิจารณา

 

หลังการมอบนโยบาย รมว. กีฬา ตอบคำถามเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งคนไทยรอลุ้นกันอยู่ว่าจะได้รับชมถ่ายทอดสดหรือไม่ว่า อยากให้มีการถ่ายทอดสด แต่ปัญหาคือ เป็นหน้าที่ของกระทรวงฯ หรือไม่ที่จะเป็นเจ้าภาพดำเนินการเรื่องนี้ หากมีการใช้จ่ายเงินของรัฐลงไปเกรงว่าจะผิดหรือไม่ ตนยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเลย

 

“เวลานี้มีแต่การพูดกันไป พูดกันมา ยังไม่มีใครเอาเอกสาร ข้อเท็จจริง มากางดู มาศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ ว่าค่าลิขสิทธิ์ขายกันอย่างไร เท่าไหร่ และไทยจะซื้อหรือไม่ จะซื้อยังไง รูปแบบไหน ยังไม่มีอะไรชัดเจนในเรื่องนี้” รมว.กีฬากล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน