แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอกาสลุ้นแย่งท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก ยากกว่าเดิมอีกขั้น หลังจากเล่นในบ้านแล้วทำได้แค่เสมอเลสเตอร์ ซิตี้ ชนิดที่เกือบแพ้เลยด้วยซ้ำ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 2 เมษายน “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “สุนัขจิ้งจอก”เลสเตอร์ ซิตี้

เกมนี้เจ้าบ้านไม่มีกองหน้าธรรมชาติเป็นตัวจริง โดยส่ง บรูโน แฟร์นานเดส, อันโธนี อีลังกา, เจดอน ซานโช ลงนำเกมรุก ส่วนทีมเยือนใช้งาน เคเลชี อิเฮียนาโช, เจมส์ แมดดิสัน, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์

นาที 27 โอกาสเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ด เฟร็ด ตัดบอลได้ในแดนของเลสเตอร์ แล้วจ่ายทะลุช่องขึ้นหน้าให้ บรูโน แฟร์นานเดส หลุดมายิงจากบริเวณเส้นหน้าเขตโทษ แคสเปอร์ ชไมเคิล ยังใช้ขาเซฟไว้ได้หวุดหวิด จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังนาที 63 แฟนบอลเจ้าบ้านต้องเงียบกริบ เจมส์ แมดดิสัน ได้บอลทางกราบซ้าย ก่อนเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ เคเลชี อิเฮียนาโช โหม่งผ่านเซฟนายทวารเข้าไป เลสเตอร์นำ 1-0

นาที 66 เฟร็ด กระดกบอลให้ บรูโน แฟร์นานเดส พลิกผ่านคู่แข่งแล้วยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ ผู้รักษาประตูพุ่งปัดแล้วบอลยังไม่ไปไหนไกล เฟร็ดจึงปรี่เข้ายิงซ้ำตุงตาข่าย แมนฯ ยูไนเต็ดตีเสมอ 1-1

นาที 72 เลสเตอร์เกือบขึ้นนำอีกครั้ง เจมส์ แมดดิสัน เปิดฟรีคิกระยะไกลเข้าไปในเขตโทษ เวสลีย์ โฟฟานา ได้โหม่งทำท่าจะเสียบเสาอยู่แล้ว ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดด้วยปลายนิ้วเซฟได้เหลือเชื่อ

นาที 80 เคเลชี อิเฮียนาโช อาศัยความแกร่งปั๊มบอลชนะแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนจะส่งให้ เจมส์ แมดดิสัน ยิงในเขตโทษเข้าไป แต่ผู้ตัดสินดูวีเออาร์แล้วระบุว่าอิเฮียนาโชทำฟาวล์ ลูกนี้จึงไม่เป็นประตู จบเกมเสมอกัน 1-1

โดยแมนฯ ยูไนเต็ดลงสนาม 30 นัด มีอยู่ 51 คะแนน อยู่อันดับ 6 ตามหลังอันดับ 4 อาร์เซนอล 3 คะแนน แถมยังเตะมากกว่า 2 นัด ส่วนเลสเตอร์แข่ง 28 นัด เก็บไป 37 คะแนน รั้งอันดับ 9

ผลคู่อื่น ลิเวอร์พูล ชนะ วัตฟอร์ด 2-0, ไบรตัน เสมอ นอริช ซิตี้ 0-0, เบิร์นลีย์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2, เชลซี แพ้ เบรนต์ฟอร์ด 1-4, ลีดส์ ยูไนเต็ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ชนะ แอสตัน วิลลา 2-1

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน