เมื่อวันที่ 27 เม.ย.65 ที่ห้องประชุม 222 โซนอี สนามราชมังคลากีฬาสถาน นายศิริ สาระผล อุปนายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าว “มีท เดอะเพรส กีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 31” รอบที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อประเมินโอกาสและความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันที่เวียดนาม โดยในรอบนี้ มี 7 สมาคมกีฬา เข้าร่วมแถลงความพร้อม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นายวิชิต สิทธิกัณฑ์ โค้ชเทควันโด ทีมชาติไทย เผยความพร้อมของทัพจอมเตะไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ ว่า “สำหรับเทควันโด เรามีการเตรียมทีมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เป็นการรวมตัวของนักกีฬาทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ โดยชุดเก่านำทีมโดย “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ, “เทม” เทวินทร์ หาญปราบ สำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ด้วยการที่เรามีนักกีฬาชุดใหม่ด้วย ขอตั้งเป้าไว้ที่ 3 เหรียญทองก่อน ส่วนเรื่องที่เทนนิสจะลงแข่งรุ่น 53 กก.หญิง จากเดิมแข่งในรุ่น 49 กก.หญิง เนื่องจากนักกีฬาคนเดิมในรุ่นนี้มีอาการบาดเจ็บ ขณะเดียวกันเทนนิสก็เพิ่งแข่งรุ่นนี้ที่สเปน น่าจะทดแทนนักกีฬาที่บาดเจ็บได้ ส่วนภาพร่างกายของเทนนิสที่ก่อนหน้านี้มีการติดโควิด-19 ไม่ได้มีอาการอะไร สามารถกลับมาซ้อม เข้าโปรแกรมได้ตามปกติ”

ส่วน น.ต.หญิง ณีรนุช กล่อมดี ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย พูดถึงความพร้อมของทัพกรีฑาชุดซีเกมส์ ว่า “ความพร้อมซีเกมส์ครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่ได้มีการส่งแข่งต่างประเทศ แต่ก็ได้มีการเก็บตัวฝึกซ้อมกันตลอด ไม่ได้มีการปล่อยนักกีฬากลับบ้าน ทั้งนี้แม้ว่าจะไม่ได้เห็นฟอร์มของคู่แข่ง แต่จากการซ้อมถือว่าน่าพอใจ หนนี้เราส่งนักกีฬา 65 คน เป็นสายเลือดใหม่ 26 คน ซึ่งถือว่าเกือบครึ่งทีม เราคาดหวังว่าจะทำให้ดีที่สุดและมีความหวังทุกรายการ แต่ไม่อยากกดดันนักกีฬา โดยหวังว่าจะทำให้ได้ไม่น้อยกว่าซีเกมส์คราวที่แล้วที่ทำไว้ 12 เหรียญทอง”

ทางด้าน พ.ต.ต.หญิง ลภัสกร ถาวรเจริญ ผู้ฝึกสอนทีมกรีฑา กล่าวว่า จากการที่สมาคมฯมีศูนย์ฝึกเป็นของตัวเองทำให้มีนักกีฬารุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย หนนี้นักกีฬาชายจะเด่นประเภทลู่ ส่วนนักกีฬาหญิงจะเด่นประเภทลาน ส่วน จอชชัว โรเบิร์ต แอตกิรสัน นักกีฬาลูกครึ่งไทยมาซ้อมที่ไทยได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ยังมีปัญหาเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศเล็กน้อย แต่น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ส่วนฝั่งหญิงมีลุ้นจากพุ่งแหลน ครั้งนี้ส่งสองคน คือ ณัฎฐา นาชาญา กับ จริยา วิชัยดิษฐ ทั้งคู่ทำสถิติได้ถึงเหรียญซีเกมส์แล้วจากการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย อาจมีลุ้นทำลายสถิติประเทศไทยได้ในรายการนี้

นอกจากนี้ พ.ต.ต.หญิง ลภัสกร ยังถล่าวถึง “บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งดาวรุ่งเจ้าของสถิติประเทศไทย ว่า สมาคมไม่อยากกดดันตัวนักกีฬา ทั้งนี้น้องเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์สูง ควบคุมสมาธิได้ดี จะลงแข่ง 3 รายการ คือ วิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และทีม 4×100 เมตร โดยจะเริ่มแข่งจาก 200 เมตรก่อน ถ้าทำผลงานได้ดี น่าจะต่อยอดในรายการต่อๆไปได้ด้วย ด้านสภาพร่างกายถือว่าพร้อม หายจากโควิด-19แล้ว และพร้อมสำหรับการแข่งขัน

ขณะที่นายไทยทนุ วรรณสุข เลขาธิการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “ครั้งที่แล้วเราไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ ส่วนครั้งนี้จะใช้นักกีฬาหน้าใหม่กว่าครึ่งทีม ถือเป็นการผลัดใบจากผู้เล่นรุ่นเก่า แต่ยังมี ลักษิกา คำขำ ที่ก่อนหน้านี้พักไป 2 ปี เพราะต้องผ่าตัดไหล่ ที่กลับมาและตอนนี้ร่างกายดีมาก การซ้อมค่อนข้างสมบูรณ์ และผลงานค่อนข้างดี ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าคู่ต่อสู้ค่อนข้างหนัก หวังไว้ 2 เหรียญทอง จากประเภทชายเดี่ยว กษิดิษ สำเร็จ ที่กำลังฟอร์มดีมากๆ มั่นใจไปถึงเหรียญทองได้ และประเภทหญิงเดี่ยว ลักษิกา คำขำ ที่มีประสบการณ์เคยคว้าเหรียญทองประเภทหญิงคู่ระดับเอเชียนเกมส์มาแล้ว ซึ่งทั้งสองคนจะลงแข่งขันประเภทคู่ผสมด้วย แต่ประเภทนี้ยังไม่ได้ตั้งความหวังไว้”

นายกิตติศักดิ์ ชัยมงคลตระกูล เลขาธิการสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า “กีฬากอล์ฟมีชิงชัยทั้งหมด 4 เหรียญทอง ส่วนใหญ่นักกีฬาประเภทนี้จะเป็นนักกีฬาหน้าใหม่ทุกครั้ง เพราะส่วนใหญ่พอจบซีเกมส์ก็จะเทิร์นโปรกันแทบทุกประเทศ หนนี้เราพร้อมมาก เก็บตัวมา 1 ปี ส่งแข่งทั้งในและต่างประเทศ ฝ่ายชายมี “ทีเค” รัชชานนท์ ฉันทนานุวัฒน์ ที่แม้ว่าอายุแค่ 15 ปี แต่ก็ไปคว้าแชมป์ในรายการของโปรอาชีพมาแล้ว เช่นเดียวกับ ฝ่ายหญิง“ซิม” ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ ซึ่งกำลังท็อปฟอร์มอย่างมาก นอกจากนี้เรายังได้ส่งนักกีฬาไปซ้อมที่เวียดนามมาแล้ว ทำให้รู้ถึงสภาพสนาม ก่อนจะกลับมาซ้อมที่ไทยโดยหาสนามที่คล้ายกันเพื่อเตรียมความพร้อม ความหวังตั้งไว้ 4 เหรียญทอง จากประเภทชาย, หญิง และทีมชาย-ทีมหญิง”

ต่อด้วยสมาคมคาราเต้ พล.อ.สุรชาติ จิตต์แจ้ง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย “โค้ชปุ้ย” ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา อดีตแชมป์ซีเกมส์ที่ปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอน แถลงถึงความพร้อมร่วมกันว่า “นักกีฬาทุกคนมีความพร้อมอย่างมากทั้งร่างกายและขวัญกำลังใจ ก่อนหน้านี้ได้ส่งไปเก็บตัวที่ประเทศตุรกีได้ซ้อมกับนักกีฬาตุรกีและอิหร่าน ทำให้นักกีฬามีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องไปดูกันที่วันแข่งจริงอีกครั้ง ว่านักกีฬาจะรับมือกับความกดดันและความตื่นเต้นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะนักกีฬาชุดนี้เป็นนักกีฬาหน้าใหม่ อาจจะยังขาดเรื่องประสบการณ์ ขอตั้งความหวังไว้ที่ 2 เหรียญทอง”

นายสิทธิชัย ปรียาดารา เลขาธิการสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครั้งนี้นักกีฬาเป็นชุดเดิม ได้เก็บประสบการณ์จากที่ครั้งก่อนพลาดไม่มีเหรียญทองมาแก้ไขกัน หลายคนตั้งใจจะคว้าทองกลับมาให้ได้ ตั้งเป้าเอาไว้ที่ 3 ทอง

นายบารมี กุลสวัสดิ์มงคล ผู้ฝึกสอนทีมวูซู กล่าวว่า ครั้งนี้ส่งแข่งขันในประเภทต่อสู้ 4 รุ่น ตั้งเป้า 1 ทอง ส่วนประเภทยุทธลีลานั้นคาดว่าติดเหรียญใดเหรียญหนึ่ง

นอกจากนี้หมากรุกเซี่ยงฉีตั้งเป้า 1 เหรียญทอง, เป้าบิน 4 เหรียญทอง, เรือภาย 8 เหรียญทอง, ยิงปืน 6 เหรียญทอง, คิกบอกซิ่ง 2 เหรียญทอง, ฟินสวิมมิ่ง (ว่ายน้ำตีนกบ) 1 ทอง และโววีนั่ม 3 ทองรวมทั้งหมดทัพนักกีฬาไทยตั้งความหวังไว้ทั้งหมด 114 เหรียญทอง ขณะที่เจ้าภาพเวียดนามมองไว้ที่ 140 เหรียญทอง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน