จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลาง อัล-เอตติฟาค เผยว่า ตอนที่เขาจะย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล นั้นไม่มีคนในทีมขวางในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมยันไม่ใช่เพราะเรื่องเงินในการลุยลีกซาอุดีอาระเบีย
โดย เฮนเดอร์สัน ตัดสินใจย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ซึ่้งเขาค้าแข้งมานานกว่า 12 ปีเพื่อย้ายไปร่วมทัพ อัล-เอตติฟาค ในซาอุดี โปร ลีกซึ่งมี สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตเพื่อนร่วมทีม “หงส์แดง” เป็นกุนซือ เมื่อช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ราว 534.6 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ดาวเตะวัย 33 ปีตกเป็นเป้าวิจารณ์ว่า การที่เขาตัดสินใจย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เนื่องจากการที่จะได้รับค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลกว่า 700,000 ปอนด์ (ราว 31.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
ทว่าล่าสุด เฮนเดอร์สัน ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงประเด็นต่างๆ ในการย้ายไปค้าแข้งในลีกซาอุดีอาระเบีย โดยเจ้าตัวเผย ไม่มีใครในสโมสร ลิเวอร์พูล รั้งตัวเขาไว้เลยก่อนอำลาสโมสร “หากหนึ่งในคนเหล่านั้น (เจอร์เกน คล็อปป์ ผุ้จัดการทีม หรือ เอฟเอสจี เจ้าของสโมสร) พูดกับผมว่า “ตอนนี้เราต้องการให้คุณอยู่ต่อ เราก็คงไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กัน นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาบังคับผมออกจากสโมสร แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามีใครอยากให้อยู่ต่อเลย”
นอกจากนั้นแล้วอดีตแข้ง ซันเดอร์แลนด์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า การที่ตัวเองย้ายมาอยู่กับ อัล-เอตติฟาค นั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของโอกาสลงสนามหลังเขาได้รับแจ้งว่าจะมีบทบาทในทีมน้อยลง “ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เจอร์เกน (คล็อปป์) เขาซื่อสัตย์กับผมมาก ผมจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการสนทนาเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่มันทำให้ผมอยู่ในตำแหน่งว่า ผมจะไม่ได้ลงเล่นมากนัก ผมรู้ว่าจะต้องมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในตำแหน่งของผม”
“และถ้าผมไม่ได้เล่น อย่างที่ใครจะรู้ โดยเฉพาะผู้จัดการทีม นั่นอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมอยู่ที่สโมสรแห่งหนึ่งมานาน ผมก็เป็นกัปตันทีมมานานแล้ว โดยเฉพาะเมื่อการเล่นทีมชาติอังกฤษเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม คุณมีฟุตบอลยูโร 2024 ที่กำลังใกล้เข้ามา แล้วจากนั้นก็มีการติดต่อจาก อัล-เอตติฟาค ไปยังสโมสรเพื่อดูว่ามันจะเป็นไปได้สำหรับหรือไม่ที่ผมที่จะไปที่นั่น และ ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีปฏิกิริยาในการปฏิเสธ”
“ผู้คนจะได้เห็นสโมสรนี้มาพร้อมกับเงินมากมาย และใช่ ผมคงจะไปเพราะสิ่งนั้น แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ผู้คนจะเชื่อผมหรือไม่ แต่ในชีวิตและอาชีพของผม เงินไม่เคยเป็นแรงจูงใจเลย ส่วนตัวเลข 700,000 ปอนด์ (ราว 31.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ มันไม่เป็นความจริงเลย”
ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ : @Ettifaq_EN