สื่อรายงาน หุ้นของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วงหนักสุดในวันเดียว หลังมีข่าวว่าตระกูลเกลเซอร์เจ้าของ “ปีศาจแดง” เปลี่ยนใจไม่ขายทีมแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประกาศหาผู้ร่วมลงทุนใหม่ รวมถึงการขายสโมสรตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว โดยมี ชีกจัสซิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี นักธุรกิจใหญ่กาตาร์ และเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เป็นตัวเต็งในการเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร หลังทั้ง 2 ฝ่ายยื่นข้อเสนอจำนวน 5,000 ล้านปอนด์ (ราว 223.1 แสนล้านบาท)

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ ส่อเปลี่ยนใจที่จะไม่ขายทีมแล้ว เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ และคาดว่าจะขายทีมอีกครั้งในปี 2025 ด้วยราคา 7,000-10,000 ล้านปอนด์ (ราว 312.3-446.3 แสนล้านบาท)

จากกระแสข่าวดังกล่าวล่าสุด “สกาย สปอร์ตส์” ระบุว่า ราคาหุ้นของสโมสรหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ร่วงถึง 18.22 เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นวันที่หุ้นตกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรนับตั้งแต่ 12 มี.ค. 2020 ซึ่งหุ้นเคยร่วงไป 13.8 เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งวัน

นอกจากนั้นยังทำให้มูลค่าของสโมสรก็ตกลงไปกว่า 600 ล้านปอนด์ (ราว 2.67 หมื่นล้านบาท) จนปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด มีราคาประเมินอยู่ที่ 3,000 ล้านปอนด์ (ราว 133.9 แสนล้านบาท)

ถึงกระนั้น “อีเอสพีเอ็น” ระบุว่า ตระกูลเกลเซอร์ ไม่ได้กลับลำที่จะไม่ขายสโมสรแต่อย่างใด และกระบวนการเทคโอเวอร์ยังดำเนินไปอยู่

ขอบคุณภาพจาก : www.skysports.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน