ช้างศึก ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ พร้อมเต็มสูบ แถมไร้แข้งบาดเจ็บ เตรียมดวลอิรัก นัดตัดสินแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 49
ช้างศึก ทีมฟุตบอลชายไทย ชุดใหญ่ เตรียมลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 49 รอบชิงชนะเลิศ พบกับทีมชาติอิรัก ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32 และเอไอเอสเพลย์
ล่าสุดเมื่อ 9 ก.ย. ฝ่ายจัดการแข่งขันได้มีการจัดแถลงข่าวก่อนเกมอย่างเป็นทางการ โดยทีมไทยนำมาโดย มาโน โพลกิง หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ “เช็ค”สุภโชค สารชาติ ดาวเด่นประจำทีม ส่วนอิรัก นำมาโดย เฆซุส “คาซัส” การ์เซีย หัวหน้าผู้ฝึกสอน และอายเมน ฮุสเซน แนวรุกของทีม ร่วมแถลง
มาโน กล่าวว่า สภาพความพร้อมของทีมไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บ แต่มีเวลาให้ฝึกซ้อมไม่ได้มากนัก ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการวิเคราะห์เกมการเล่นของตัวเองและคู่แข่งเพื่อหาแผนการเล่นที่ดีที่สุดมาใช้ อยากให้เกมนัดชิงชนะเลิศมีแฟนบอลเข้ามากันชมเต็มความจุของสนามเพราะมันจะส่งผลดีต่อทั้งไทยและอิรักแน่นอน และเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อคว้าแชมป์ให้ได้
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการวางแผนอนาคตหลังจากจบฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ โดยมาโน กล่าวแค่สั้นๆ ว่า “ผมขอมีสมาธิกับเกมวันพรุ่งนี้ก็พอ”
นอกจากนี้ มาโน ยังกล่าวถึงตำแหน่งผู้รักษาประตูในนัดชิงชนะเลิศว่า “บอย” ฉัตรชัย บุตรพรม ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีและจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงตามเดิม อาจจะโชคร้ายสำหรับจิรวัฒน์ วังทะพันธ์ ที่ถึงจะฟอร์มดีในลีกมาแต่คงยังไม่ได้ลงเล่นในนัดนี้
ด้านสุภโชค กล่าวว่า ในการเล่นทางมาโนวางแผนให้เล่นตำแหน่งเดียวกับตอนเล่นที่คอนซาโดเล ซัปโปโร ซึ่งทำให้คุ้นชินกับแผนการเล่นแบบนี้และเข้าใจระบบอยู่แล้ว พยายามปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมและนำเอาประสบการณ์ต่างๆ มาช่วยทีมให้ได้มากที่สุด
“การเจอกับอิรักไม่ใช่งานง่าย พวกเราจะพยายามศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ของอิรัก เพื่อให้สู้ได้อย่างเต็มที่ หวังว่าจะสามารถเอาชนะ เป้าหมายของเราอยากเป็นแชมป์และหวังว่าจะทำให้ได้” สุภโชคกล่าว
ทางฝั่ง เฆซุส “คาซาส” กุนซืออิรัก กล่าวว่า สถานการณ์ของไทยกับอิรักเหมือนกัน พักมาเท่ากัน แล้วอิรักได้แค่ซ้อมเบาๆ เช่นกัน ซึ่งตนจะเลือกคนที่พร้อมที่สุดลงสนามและอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้แฟนบอลมีความสุขกับการเล่นของทั้งสองทีม
“เรื่องของสภาพอากาศหรือสภาพสนามไม่ใช่ข้ออ้างใดๆ ทั้งนั้น เพราะทุกทีมต้องเจอเหมือนๆ กัน เราจะมีสมาธิแต่เกมของเราเพื่อต่อสู้กับไทยให้ดีที่สุด”
คาซาส ยังกล่าวด้วยว่า 11 ตัวจริงอาจจะมีปรับบ้างเพราะทั้ง 23 คนต้องเล่นได้ แต่ต้องรอเช็กสภาพร่างกายอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่อายเมน ฮุสเซน กล่าวว่า “การเจอไทยเป็นเกมที่ยากแน่นอน เรามีเวลาฝึกซ้อมกันไม่นาน และสภาพอากาศค่อนข้างแตกต่างกัน แต่เราจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อเอาชนะในเกมนี้ให้ได้”
ทั้งนี้ศึกฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 49 ในวันที่ 10 ก.ย. ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย จะพบกับ อิรัก เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32 และเอไอเอสเพลย์ ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 เลบานอน จะพบกับ อินเดีย ในเวลา 17.30 น.