หลังจาก “สารวัตรโจ้” พันตำรวจโท สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนัก ตะกร้อ ทีมชาติไทย ออกมาเปิดประเด็นการหักหัวคิวเงินรางวัลของนักกีฬาทีมชาติไทย ในซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ ที่มีมาต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา พร้อมกับได้นำเรื่องยื่นเรียกร้องกับคณะกรรมการบริหารสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย รวมทั้งเข้าชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการกีฬา รัฐสภา เพื่อให้มีการสืบหาข้อเท็จจริงนั้น
ล่าสุดเมื่อ 29 พ.ย. สมาคมตะกร้อฯ ได้เรียกประชุมที่โรงแรม โกลเดน ทิวลิป พระราม 9 และภายหลังการหารือกว่า 3 ชม. “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ระบุว่า ตอนนี้สมาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว นำโดย สมพงษ์ ชาตะวิถี ซึ่งก็จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงถึงประเด็นปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ภายใน 30 วัน คาดว่าไม่เกิน 30 ม.ค.2567 ก็จะหาข้อเท็จจริงเพื่อนำเสนอและให้พิจารณาได้”
นายธนา ยังเผยต่อว่า ในอนาคตการคัดเลือกนักกีฬาเข้ามาติดทีมชาติไทย จะต้องมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อคัดเลือกนักกีฬา รวมทั้งเรื่องการจัดสรรเงินรางวัลต่อไปนี้ จะต้องมีการพูดคุยกันในที่ประชุมของสมาคมเพื่อให้กรรมการสมาคมได้รับรู้ เพื่อให้โปร่งใสต่อไปในอนาคต
“บิ๊กต้อม” ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า สมาคมฯ มีความยินดีให้ ปปช.ตรวจสอบและสอบสวน จริงๆแล้วเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารชุดเก่าก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง และเท่าที่รู้มาเรื่องการแบ่งเงินอัดฉีดนั้น สมาคมไม่ได้รับรู้เลย เพราะเป็นเรื่องของนักกีฬา โค้ช ผู้จัดการทีม ไปตกลงกันเอง ซึ่งตอนนี้ตนรับทราบแล้วว่ามีเงินจำนวนหนึ่งหายไป เพียงแต่ว่ายังไม่เป็นรายละเอียดในการแจกแจงว่าไปอยู่ตรงไหน
ด้าน “โจ้หลังเท้า” พ.ต.ท. สืบศักดิ์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊ก ขอบคุณ คุณธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ที่เมตตาให้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และกราบขอบพระคุณ นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ “สารวัตรโจ้” ยังเผยอีกว่า จากการที่เอเชียน อินดอร์เกมส์ ได้เลื่อนไปนั้น ทำให้ยังไม่มีการตั้งเจ้าหน้าที่ทีม สต๊าฟโค้ช ซึ่งถือว่าเป็นผลดีเพราะ นักกีฬาจะไม่ถูกครอบงำ และจะไม่ต้องกังวลหากจะต้องออกมาพูด แล้วจะส่งผลกระทบต่อสถานะในทีมชาติหรือไม่ เวลานี้ตนได้หลักฐานใหม่ๆจากนักกีฬาเข้ามาเพิ่มอีกเยอะ ซึ่งครอบครัวนักกีฬาพอได้รู้เรื่องก็อยากให้มีการเรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องเงินรางวัลที่นักกีฬาพึงจะได้รับ โดยสมาคมรับเรื่องไปพิจารณา และจะได้คำตอบภายใน 30 วัน นับจากนี้ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะเรียกนักกีฬาจำนวนหนึ่งเข้าไปให้ข้อมูลในวันที่ 13 ธ.ค.นี้
“นอกจากนี้ภายหลังการประชุม ผมได้เข้าไปกราบขอโทษ ธนา ไชยประสิทธิ์ ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในช่วงที่คุณธนา เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งคุณธนา เข้าใจบทบาทของผมในเรื่องนี้ ไม่ได้ถือโทษและอยากให้เข้ามาคุยกันเพื่อปรับความเข้าใจ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับนักกีฬาต่อๆไป””

