เมื่อ 8 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นำทีมงานเข้าหารืองานด้านซอฟต์พาวเวอร์ด้านกีฬา ( มวยไทย )
โดยนายกเศรษฐา ได้สอบถามบัวขาว บัญชาเมฆ ยอดมวยไทย หนึ่งในคณะทำงานว่า “ยังไม่รีไทร์ใช่ไหม” นักชกไทยตอบว่า ยังครับน่าจะอีกนาน ซึ่ง นายกฯ กล่าวตอบว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับเยาวชนได้
ภายหลังการหารือ นายก เศรษฐา แถลงข่าวว่า เวลานี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า มวยไทย เป็นซอฟต์เพาเวอร์ อันดับต้นๆของเมืองไทย แถมยังมีคำว่าไทยอยู่ด้วย เป็นกิจกรรมซอฟต์พาเวอร์ที่ถูกส่งไปทั่วโลกจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แค่เฉพาะในประเทศอังกฤษก็มีค่ายมวยไทยกว่า 5,000-6,0000 ค่าย เป็นข้อบ่งชี้ว่ มูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล มวยไทยยังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน หรือจะเป็นการขายสินค้าเกี่ยวกับมวยไทย อาทิ กางเกงมวย นวมมวยไทย ฯลฯ
นายกเศรษฐา กล่าวต่อว่า เดิมทีจะมี ชาตรี ศิษย์ยอดธง บอสของมวย ONE มาด้วยแต่น่าเสียดายที่ติดภารกิจ ซึ่งเราทราบกันดีว่า มวยไทยของ ONE ทุกวันศุกร์มีคนดูผ่านทุกช่องทาง หลายร้อยล้านคน ซึ่งผมแปลกใจเหมือนกันที่คนดูเยอะขนาดนี้ ทำให้เราเห็นว่า ศักยภาพด้านซอฟต์พาวเวอร์ของมวยไทยยังไปได้ไกลกว่านี้ เราสามาถเชื่อมโยงมันไปกับการท่องเที่ยวก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นสมุย หรือ ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวที่มาฝึกมวยไทยกับค่ายมวยต่างๆมากมาย ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศ ก็ต้องอำนวยความสะดวกในการต่อยอดนักมวยไทยด้วย เนื่องจาก เรามีมวยไทยหลายคนที่อยากจะไปเป็นสอนมวยในต่างประเทศ ไปตั้งค่ายมวยที่เมืองนอก แต่เวลาไปก็ต้องใช้วีซ่า นักท่องเที่ยว ซึ่งไปผิดกฎการเข้าเมือง อย่างมวย ฯONE ไลฟ์สตรีมทุกวันศุกร์ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดูมวยเป็นพันล้านคน เขาก็อยากเข้ามามีส่วนร่วม
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมือสีเขียว ที่ข้อมือนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นเข็มขัดเกียรติยศของ สภามวยโลก ซึ่ง มัวริซิโอ ซุไลมาน ประธาน WBC จะเดินทางมามอบเข็มขัดจริงในงานอเมซิ่งมวยไทย ที่สนามมวยลุมพินี ช่วง 2-5 ก.พ. 67 ต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีท่าทีชื่นชอบและตั้งการ์ดชกมวยให้ถ่ายรูปด้วย
ขณะที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความต้องการนักมวยไทยไปฝึกสอนในต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ไม่แตกต่างจากนักเทควันโดเกาหลีใต้ที่ไปสอนในประเทศต่างๆ ในกีฬาเทควันโด เราก็จะต้องหาวิธีการให้นักมวยไทยได้ไปสอนต่างประเทศ โดยทางคณะทำงานได้หารือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเข้าสู่กระบวนการแผนการเรียนสำหรับผู้ที่จะเข้าหลักสูตร พอจบก็จะได้ใบประกาศนียบัตรที่จะช่วยเรื่องขอวีซ่าไปทำงานในต่างประเทศในฐานะเป็นครูสอนมวย ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้วีซ่านักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ถ้ามีใบประกาศนียบัตรนี้ไปขอวีซ่าก็จะทำให้ง่ายขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เรากำลังดำเนินการอยู่
ผศ.พิมล กล่าวอีกว่า ยิ่งไปกว่านี้เรายังมีอีกหลายโครงการที่เราต้องการผลักดันมวยไทยให้ได้รับความนิยมไปอีกระดับหนึ่ง อาทิ เรื่องมาสเตอร์ คลาส ก็คือครูมวยไทยระดับอาจารย์ ระดับเทพออกไปสอนในต่างประเทศ ซึ่งก็ได้คุยกับ บัวขาว บัญชาเมฆ ไปแล้วว่าอยากให้ช่วยมาเรื่องมาสเตอร์ คลาส แต่ก็ยังมีมาสเตอร์อีกหลายคนในระดับสูงที่ไปจัดสัมมนามวยไทยในประเทศต่างๆ ซึ่งเคยทำมาในอดีตจากชาวต่างชาติ ครั้งหนึ่งบัวขาวเคยไปจัดในต่างประเทศ และมีนักมวยมาสัมมนา 700-800 คน ถ้าเราเป็นคลาสใหญ่ ครูมวยหลายคนไปสอยหลายประเทศ ทั้งสร้างกระแส ทั้งสร้างทักษะ ทำให้เกิดความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายโครงการที่เราจะทำอีกเยอะมาก
“สุดท้ายแล้วผมมั่นใจว่าการก้าวไปข้างหน้าด้วยคณะอนุกรรมการของเรา ด้วยบุคลากรที่เรามีอยู่มาช่วยกันคิด วางแผนขับเคลื่อนมวยไทยไปได้อีกระดับหนึ่ง เรื่องแรกๆ ที่เราจะทำคือ มาสเตอร์ คลาส ไปหลายๆ ประเทศไทย รวมทั้งเรื่องใบประกาศนียบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อไปขอวีซ่าก็ต้องทำ เร่งด่วนหมดทุกเรื่อง และการประสานกับประเทศอื่นๆ รวมทั้งเรื่องการใ้ห้วีซ่านักท่องเที่ยวที่จะมาอยู่ในประเทศนานๆ 3-9 เดือน เพราะอยากจะเรียนมวยไทยก็ต้องทำ ทุกอย่างอยู่ในการดำเนินงาน ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าไปอย่างเต็มที่ เราได้เริ่มแล้ว ปีหน้าก็จะต้องทำกันทั้งปี แต่ว่าหวังผลวัดผลเป็นปีเดียวคงไม่พอ เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องใช้เวลา แต่เราก็จะทำให้เร็วที่สุด และขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด”
ผศ.พิมล กล่าวอีกว่า ทางนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเริ่มต้นคิ๊กออฟแล้ว เราก็จะต้องทำให้สำเร็จ เพราะว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ความหวังอย่างหนึ่ง ส่วนตัวชี้วัดความสำเร็จก็มีหลายอย่างด้วยกัน อย่างหนึ่งก็คือในวันข้างหน้าครูมวยจะไปออกไปต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน กีฬามวยไทยจะได้รับความนิยม ค่ายมวยเกิดขึ้นอีกหรือไม่ อีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะทำก็คือ อยากให้มวยไทยเข้าไปบรรจุในการเรียนการสอนในโรงเรียน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เท่าที่ทราบมาตอนนี้ที่ฟินแลนด์ก็มีแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก และเราก็จะไปช่วยเขาให้แพร่หลายยิ่งขึ้น เพราะถ้าเด็กต่างชาติได้เรียนมวยไทยเขาก็จะซึมซับตั้งแต่วัยรุ่น เป็นการปลูกฝังที่ดี และวันหนึ่งเขาก็อยากมาเที่ยวเมืองไทย




