เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุว่า ทีมของเขาโชคดีที่ชวดคว้าตัวแข้งเป้าหมายอย่าง มอยเซส ไคเซโด และโรเมโอ ลาเวีย มาร่วมทีมเนื่องจากสุดท้ายได้เจอผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมอย่าง วาตารุ เอ็นโด
โดย ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ คล็อปป์ มีแผนเสริมทัพผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับเมื่อช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาซึ่งในคอนแรกพวกเขาเล็งเป้าไปที่ มอยเซส ไคเซโด จาก ไบรตัน และโรเมโอ ลาเวีย จาก เซาธ์แฮมป์ตัน
อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วกลายเป็น เชลซี ที่ปาดหน้าปิดดีลผู้เล่นทั้ง 2 รายไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 115 ล้านปอนด์ (ราว 5.15 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของเกาะอังกฤษ และ58 ล้านปอนด์ (ราว 2.59 พันล้านบาท) ตามลำดับ
ขณะที่ ลิเวอร์พูล ไปจบที่การเซ็นสัญญา เอ็นโด มาจาก สตุ๊ทการ์ท ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ (ราว 716.9 ล้านบาท) ซึ่งในช่วงแรกเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักว่าอาจจะเป็นการเสริมแกร่งที่ผิดพลาดของ “หงส์แดง” เนื่องจากอายุของ เอ็นโด ที่มีมากกว่า 30 ปีแล้ว รวมถึงการต้องปรับตัวในลีกผู้ดี เป็นต้น
อย่างไรก็ตามกลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้หลังนำตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ เชลซี โชว์ฟอร์มน่าผิดหวังจนอยู่ในอันดับ 12 ตารางลีก
ล่าสุด คล็อปป์ พูดถึงเรื่องการชวดคว้าตัวผู้เล่นกองกลางตัวรับที่เป็นเป้าหมายอย่าง ไคเซโด และลาเวีย ก่อนจะมาเจอ เอ็นโด ในงานทดลองเปิดอัฒจันทร์ชั้นบนฝั่ง แอนฟิลด์ โร้ด ต่อหน้าแฟนบอล 7,000 คนว่า “ช่วงซัมเมอร์ที่เรามีเรื่องแปลกๆ เล็กน้อย เกิดขึ้นในตลาดซื้อขายนักเตะ แต่เรารู้กันแค่นี้นะ พระเจ้า เราโชคดีใช่ไหม? มันไม่ได้รู้สึกแบบนี้ในตอนนั้น แต่ใช่ ผมมีความสุขจริงๆ ที่มันได้ผล”
“เห็นได้ชัดว่าเราตระหนักดีว่ากองกลางตัวรับคนอื่นๆ ไม่ต้องการร่วมทีม ลิเวอร์พูล คุณคงเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นเราก็พบ (วาตารุ) เอ็นโด เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แน่นอน (เขา) ไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะตลาดซื้อขายเป็นแบบนั้น เราไม่เลือกนักเตะอายุ 30 ปีที่เล่นในเยอรมนี และเกือบตกชั้น แต่ขอบคุณพระเจ้าที่เราพิจารณาสิ่งต่างๆ สองครั้ง มองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้เด็กคนนี้มา เขาต้องการที่จะมาร่วมทีมของเรา และนั่นมีส่วนช่วยอย่างมาก”