ผ่านนัดที่ 2 รอบแรก ฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 ไปครบทุกกลุ่มแล้ว โดย “ช้างศึก” ฟุตบอลทีมชาติไทย ทำผลงาน ชนะ คีร์กิซสถาน 2-0 และเสมอ โอมาน 0-0 มีทั้งหมด 4 คะแนน การันตี เป็นอันดับ 2 หรือ 3 ของกลุ่มเอฟแน่นอนแล้ว
ขณะที่สถานการณ์ของกลุ่มอื่นๆตอนนี้คือ กาตาร์ การันตีเป็นแชมป์กลุ่ม เอ และ อิรัก การันตี เป็นแชมป์กลุ่มดี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว ขณะที่ เวียดนาม ในกลุ่ม ดี และ มาเลเซีย ในกลุ่มอี นั้นแพ้ 2 นัดรวด ตกรอบ แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 1 นัดก็ตาม
ส่วนโอกาสการเข้ารอบของทีมชาติไทย ตอนนี้มีสูงมาก เพราะนอกจากอันดับ 1-2 ที่เข้ารอบอัตโนมัติแล้ว ยังมีโควตาของอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 จาก 6 ทีมเข้ารอบอีกด้วย หมายความว่า ทีมชาติไทย สามารถลุ้นเป็นอันดับ 2 หรืออันดับ 3 เพื่อเข้ารอบได้ทั้งสองทาง
นัดสุดท้ายหากทีมชาติไทย ชนะ ซาอุดีอาระเบีย จะเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มทันที หรือหากเสมอ ก็จะเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม
ส่วนกรณีที่ ไทย แพ้ ซาอุดีอาระเบีย และ โอมาน ชนะ คีร์กิซสถาน ทั้ง ไทย และ โอมาน จะต้องมาวัดประตูได้เสียกัน ใครดีกว่าจะเข้าเป็นอันดับ 2 ขณะเดียวกัน หาก โอมาน ไม่ชนะ คีร์กิซถาน ไทย จะเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ทันทีแม้จะแพ้ ซาอุดีอาระเบีย ก็ตาม
หาก ไทย พลาดต้องตกมาเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มเอฟ จะต้องไปลุ้นกับอันดับ 3 ของอีก 5 กลุ่มที่เหลือ โดยโอกาสยังคงเปิดกว้าง ซึ่งทีมอันดับ 3 ของแต่ละกลุ่มขณะนี้ ประกอบด้วย บาห์เรน (กลุ่มอี), อินโดนีเซีย (กลุ่มดี) มี 3 คะแนน, ซีเรีย (กลุ่มบี), ทาจิกิสถาน (กลุ่มเอ), ปาเลสไตน์ (กลุ่มซี) มี 1 คะแนน
ส่วนสถานการณ์ที่ต้องยืมมือคนอื่น (คร่าวๆไม่ใช่ทั้งหมด) ในกลุ่มเอ ทาจิกิสถาน กับ เลบานอน ไม่มีผลแพ้ชนะ, กลุ่มบี ซีเรีย ไม่ชนะ อินเดีย, กลุ่มซี ปาไลสไตน์ ไม่ชนะ ฮ่องกง, กลุ่มดี อินโดนีเซีย แพ้ ญี่ปุ่น, กลุ่มอี บาห์เรน เสมอ จอร์แดน เป็นอย่างน้อย หรือ เกาหลีใต้ แพ้ มาเลเซีย
โดยหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ 2 กรณีขึ้นไป จะทำให้ไทย การันตีเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเช่นกัน