“บิ๊กอ๊อด“ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พร้อมด้วยอุปนายก รวมถึงสโมสรสมาชิกเข้าร่วม จำนวน 80 สโมสร โดยแบ่งเป็น สมาชิกผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 66 สโมสร และสมาชิกผู้ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง 14 สโมสร เข้าร่วม ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชั้น 2 หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีวาระสำคัญคือ การประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และสภากรรมการชุดใหม่ในช่วงบ่าย
พล.ต.อ.สมยศ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งตามธรรมเนียม เพื่อให้สภากรรมการชุดปัจจุบันหมดวาระลง เพื่อที่จะได้เริ่มการประชุมใหญ่วิสามัญพิเศษ เพื่อการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ โดยจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดำเนินการประชุมในช่วงเวลา 13.00 น.
สำหรับผู้ที่จะเข้าประชุมใหญ่วิสามัญพิเศษ เพื่อการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ จะมีแค่ กกต., เลขาธิการสมาคมฯ และตัวแทนสโมสรสมาชิกเท่านั้น คนอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม ในขณะที่ผู้สมัครจะต้องอยู่ในห้องรับรองที่เตรียมเอาไว้ให้เท่านั้น โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้กับผู้สื่อข่าวได้ติดตามการประชุม แต่ไม่ไลฟ์ออกสู่สาธารณะ
ส่วนรายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย, “ป๊อก” นายวรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด, “พอลลีน” พยุริน งามพริ้ง อดีตประธานเชียร์ไทยพาวเวอร์, “บิ๊กตุ๋ย” นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชุดปัจจุบัน และ “อ๋อ วังโอ่ง” นายคมกฤช นภาลัย กูรูลูกหนังไทย
ในการประชุมใหญ่วิสามัญพิเศษ มีนายพาทิศ ศุภะพงษ์ ทำหน้าที่รักษาการประธานการประชุม และมีนายชนินทร์ แก่นหิรัญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกท.) ร่วมดำเนินการ โดยมีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมครบ 73 สโมสรที่มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน ซึ่งมีวาระการรับรองสมาชิกเพื่อตรวจสอบรายงานการประชุม, วาระการรับรองผู้ตรวจสอบบัตรลงคะแนนเสียง และวาระการเลือกตั้งองค์คณะตุลาการ
เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฯ และสภากรรมการชุดใหม่ โดยกระบวนการจะแบ่งออกเป็นบัตรลงคะแนนทั้งหมด 5 ใบที่ใช้ในการเลือกตั้ง ประกอบด้วย การเลือกตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์, คณะกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง, กรรมการกลาง, อุปนายกสมาคม และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ได้เดินทางมาถึงที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รวมทั้งผู้สมัครรายอื่นๆ เช่นกัน ทั้ง นายวรงค์ ทิวทัศน์, พยุริน งามพริ้ง, นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ และนายคมกฤช นภาลัย
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด 68 คะแนน จากทั้งหมด 73 เสียง ขึ้นเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนที่ 18 เรียบร้อย
ส่วนอีก 5 เสียงนั้น มี นายวรงค์ ทิวทัศน์ ได้ 2 คะแนน, ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ ได้ 1 คะแนน บัตรเสีย 1 คะแนน และงดออกเสียง 1 คะแนน
“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนที่ 18 และเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของเอเชีย กล่าวว่า “ดีใจ และ ตื่นเต้นมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับ ต้องขอบคุณทุกเสียงที่เลือกให้แป้งเป็นนายกสมาคมฯ แป้งมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ารับตำแหน่งนี้ กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬามหาชน เป็นความหวังของคนทั้งชาติ คิดว่าปัญหาที่ต้องเจอคงมากพอสมควร แต่ แป้ง ก็เคยสวมหมวกหลายหมวก ทั้งการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิง พาไป ฟุตบอลโลก 2 สมัย, การเป็นผู้จัดการทีมชาย ซึ่งจากเอเชียนคัพ ที่ผ่านมา ได้ผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีม”
“ก่อนหน้านี้ได้คุยกับ สโมสรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไทยลีก 1-3 รวมถึง ฟุตซอล ฟุตบอลหญิง และฟุตบอลชายหาด หลักๆเลยคือเรื่องเงิน เป็นผลมาจากเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งตอนนี้ถึงวิกฤต ก็คงเป็นภาระของแป้ง ในฐานะนายกสมาคมฯ คงต้องเตรียมแผนงานที่จะมารองรับ โดยเฉพาะไทยลีก 3 นั้นมีความสำคัญในการพัฒนาเยาวชน ส่งต่อไปยังไทยลีก 2 ไทยลีก 1 และทีมชาติไทย เช่นเดียวกับการพัฒนายูธลีก รากฐานที่สำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกประเทศให้ความสำคัญ เป็นสิ่งที่ต้องรีบทำ”
มาดามแป้ง กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือได้พูดคุยกับ สภากรรมการทุกคน ถึงความโปร่งใส เรื่องรายรับรายจ่าย งบดุล ทุกคนจะได้ทราบเท่ากันทุกคน เชื่อว่าทุกคนต้องการความโปร่งใส ยุติธรรม เราตกลงกันแล้วตั้งแต่ทาบทามเข้ามาเป็นสภากรรมการ
“เรื่องการเข้าถึงอารมณ์ และความตั้งใจของแฟนฟุตบอล เคยพูดเสมอ ไม่ว่าจะจะเป็นนักกีฬา โค้ช ผู้บริหารสมาคมฯ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่คนที่จะคอยสนับสนุนคือนักเตะคนที่ 12 นั่นก็คือแฟนบอล ซึ่งแป้งเอง ตั้งแต่รับตำแหน่งผู้จัดการทีมหญิง และชาย ก็ซึมซับเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี แป้งน้อมรับคำติชมได้เสมอ ซึ่งจะมีการเปิดช่องทางให้แฟนบอล ร่วมเสนอแนะการพัฒนาฟุตบอลไทย วันนี้ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ ที่ได้รับความไว้วางใจ ดีใจมากๆ”
มาดามแป้ง เผยถึงการควบหลายบทบาทหน้าที่ทั้งการเป็น ซีอีโอของ เมืองไทย ประกันภัย และการเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ด้วยว่า ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องนี้ การเป็น ซีอีโอ ของเมืองไทยประกันภัย ก็ต้องทำต่อไป เพราะเป็นธุรกิจดั้งเดิมของตระกูล ส่วนตำแหน่งใหม่ ก็เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ และศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนให้ความคาดหวัง ต้องแบ่งเวลาให้ดี ซึ่งช่วงแรก ตั้งไข่ แป้งจะนั่งอยู่ที่สมาคมกีฬาฟุตบอล ที่นี่แน่นอน แป้งเป็นคนเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน”
“ใน 100 วันแรก จริงๆ ต้องบอกว่า ไทยลีก 3 หรือทุกลีก มีปัญหาเรื่องการเงินมาก อันดับแรกผู้บริหารชุดใหญ่คงต้องเข้ามารับงบ ของชุดเก่า ก่อน ซึ่งแป้ง มีทีมสภากรรมการเข้ามาดูแล ส่วนเรื่องสปอนเซอร์ คงได้มีการพูดคุยกับคนที่รักฟุตบอลไทย อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการจัดตารางแข่งขันในลีก ต้องมีการพูดคุยกัน 2 ฝั่งแน่นอน พอให้มีเวลาลงซ้อม และสามารถเรียกนักเตะที่ดีที่สุดมาเล่นให้ทีมชาติได้ ทั้งจากสโมสรใน และต่างประเทศ
“แป้ง เข้ามาทำงานในวงการฟุตบอลตั้งแต่สมัย วรวีร์ มะกูดี ทราบดีว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ร้อน โดนวิพากวิจารณ์ ได้อยู่เสมอ ต้องเตรียมพร้อมเสมอ ซึ่งจากนี้ไม่รู้ว่าจะเจอวิกฤต ขนาดไหนโดยนาย เนวิน ชิดชอบ เคยบอกไว้ตอนมาบริหารทีมการท่าเรือว่าเจอ นรกไทยลีก งานนี้ก็อีกนรก หนึ่งต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่หลายคนที่สนับสนุนแป้ง”
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยฯ คนที่ 18 เผยเรื่อง มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทยชาวญี่ปุ่น ด้วยว่า ขณะนี้ มีสัญญาใจ อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อได้รับการรับรองให้นั่งตำแหน่งนายกสมาคมฯอย่างเป็นทางการ คงจะต่อสัญญากับอิชิอิ ต่อไปอีก 2 ปีครึ่ง
สำหรับ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จะดำรงตำแหน่ง 4 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2567-2571 โดยกระบวนการหลังจากนี้ ต้องรอทาง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ตรวจสอบ ก่อนส่งเรื่องให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป