นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬา ตะกร้อ แห่งประเทศไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ที่ห้องบุศรา โรงแรมอเล็กซานเดอร์ เมื่อ 29 ก.พ. มีวาระสำคัญเรื่องการพิจารณาข้อร้องเรียนเรื่องการหักเงินอัดฉีดนักกีฬาทีมชาติในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวมาเมื่อปลายปีก่อน
- สารวัตรโจ้ เปิดแลก –ร้อง ทอง ตะกร้อ เอเชียนเกมส์ ทีมเดี่ยวโดนหักเกือบ 100%
- เปิดใจอดีตนักตะกร้อหญิงเหรียญทองทีมชาติ ผ่านมา 13 ปี ยังไม่ได้เงินอัดฉีด
- สืบศักดิ์ ยืนยันกระบวนการสอบหักหัวคิวนักตะกร้อ ได้ข้อสรุปอังคารนี้
โดยก่อนหน้านี้ “สารวัตรโจ้” พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตทีมชาติได้เปิดประเด็นว่านักกีฬาทีมชาติไทย ถูกหักเงินอัดฉีดมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะทีมเดี่ยวที่จะถูกหักเกือบ 100% รวมเป็นเงินหลายล้านบาทและ นักกีฬาที่ไม่ยินยอมจะถูกกีดกันออกจากทีมชาติ จนเรื่องถูกร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสมาคมได้แต่งตั้ง สมพงษ์ ชาตะวิถี อุปนายกสมาคมฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สืบสวน
สำหรับการประชุมใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนที่ นายธนา จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เวลานี้คณะกรรมการสืบสวน ได้นำเสนอข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดเข้ามาแล้ว ซึ่งเรารับเรื่องที่ได้นำเสนอได้พิจารณา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดเพราะเป็นเรื่องขกองกฎหมาย แต่เราต้องทำงานต่อ ใน 2 เกม คือ ตะกร้อ ชิงแชมป์โลก ที่มาเลเซีย พ.ค. และ เอเชียน มาร์เชียล อาร์ต เกมส์ ปลายปีต่อไป โดยนักกีฬาใช้ชุดเอเชียนเกมส์เป็นหลัก ส่วนผู้จัดการทีม และสต๊าฟโค้ชชุดเดิมที่ถูกกล่าวหาได้ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน และตั้งชุดใหม่ทั้งหมด และมีการแต่งตั้งผู้จัดการทีม และ สต๊าฟโค้ชชุดใหม่ มาทำหน้าที่แทน
โดยสมาคมได้แต่งตั้ง นายสุพจน์ ตุ้มประชา เป็นผู้จัดการทีม และ หัวหน้าผู้ควบคุมโค้ช พร้อมด้วยผู้ฝึกสอน 4 คน ดูแลทีมชาย และ ทีมหญิง ประกอบด้วย สามารถ โพธิ์ทอง, สมพร ใจสิงหล, ประเวศ อินทรา และ อธิยุต กิ้มทอง
ด้าน นายสมพงษ์ ระบุว่า การตรวจสอบนั้นเพื่อต้องการความโปร่งใส ข้อเท็จจริง จากเรื่องที่เป็นประเด็นขึ้นมา เรานำคำให้การของนักกีฬาทั้งหมดที่เชิญมา คำชี้แจงจากผู้ร้อง และ ผู้ถูกร้อง คือผู้จัดการทีม และ ผู้ฝึกสอน ก็ได้เข้ามาชี้แจง ซึ่งหลังจากประมวลแล้วได้ข้อสรุปว่า การบริหารจัดการที่ทำให้เกิดการหักเงินนักกีฬา ข้อยุติต่างๆได้นำข้อมูลมาชี้แจง มีมตินำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาต่อไป ซึ่งการพิจารณาโทษ สมาคมได้ดำเนินการไปแล้วคือการหา ผู้จัดการทีม และ ผู้ฝึกสอนใหม่”
“ขั้นตอนการเอาเงินจากนักกีฬา ไม่เห็นภาพ แต่ที่เห็นชัดเจนคือ ผู้จัดการ และ ผู้ฝึกสอน ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามคุณธรรม และ จริยธรรม ซึ่งเป็นการปฏิบัติในสิ่งทีไม่มีระเบียบสมาคมรองรับ การหักเงินนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าใครเอาเงินไป แต่นักกีฬาต่างให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่อยากให้มีการหักเงินรางวัลนักกีฬามากเกินไป โดยเฉพาะนักกีฬาที่ได้เงินรางวัล 4 ล้าน ถูกหักไป 1.9 ล้านบาท การหักเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน เป็นการตกลงกันในกลุ่มนักกีฬา”
ด้าน พ.ต.ท.สืบศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจที่สมาคมให้ความสำคัญเรื่องนี้ และการที่ผมออกมาร้องเรียนนั้น เพื่อต้องการให้สังคมได้รับรู้ ผมไม่ต้องการทำร้ายให้ใครเสียชื่อเสียง แต่ต้องทำเพื่อให้มีการตรวจสอบเพื่อความยุติธรรมของนักกีฬา

