แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงกุมความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังบุกชนะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งผลนัดนี้ยังช่วยการันตีให้แอสตัน วิลลา จบท็อปโฟร์ด้วย
การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดสนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เกมนี้เจ้าบ้านส่ง ซน ฮึง-มิน, เบรนแนน จอห์นสัน, เจมส์ แมดดิสัน ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนนำโดย เออร์ลิง ฮาลันด์, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเดน
เริ่มเกมมา 6 นาที เบรนแนน จอห์นสัน ครองบอลทางด้านขวา ก่อนไหลเข้ากลางมาบริเวณเส้นหัวกะโหลกหน้าเขตโทษให้ โรดริโก เบนตานกูร์ กดด้วยซ้าย เอแดร์ซอน โมไรส์ ต้องกระโดดปัดทิ้งไม่ให้สเปอร์สออกนำ
นาที 15 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก ตั้งใจจะหวดบอลให้พ้นไปจากเขตโทษฝั่งตัวเองแต่ดันโดนผิดเหลี่ยม ลูกเลยปลิ้นมาเข้าทาง ฟิล โฟเดน ซัดเหน่งๆ กูเยลโม วิคาริโอ เซฟไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แมนฯ ซิตี้จึงไม่ได้ประตู
นาที 33 เบรนแนน จอห์นสัน ได้บอลทางด้านขวาแล้วเลี้ยงจี้เข้าพื้นที่เขตโทษ ก่อนสบช่องเตะเข้ากลางแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน เอแดร์ซอน โมไรส์ รับซองแตก แต่ดีที่ไม่มีผู้เล่นสเปอร์สเข้าซ้ำทันและลูกออกหลังไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังนาที 47 ผู้เล่นสเปอร์สต่อบอลบริเวณเขตโทษตัวเองแล้วพลาดโดนตัดได้ ก่อนที่ลูกจะมาเข้าทาง แบร์นาร์โด ซิลวา ตวัดจ่ายต่อให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงในเขตโทษแบบเหน่งๆ กูเยลโม วิคาริโอ พุ่งปัดทันอย่างไม่น่าเชื่อ แมนฯ ซิตี้ยังไม่ได้ประตู
นาที 49 โอกาสเป็นของฝั่งสเปอร์สบ้าง เบรนแนน จอห์นสัน หลุดมาด้านขวาแล้วปาดบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน สอดมายิง เอแดร์ซอน โมไรส์ ยังปราดออกมาบล็อกทันหวุดหวิด
นาที 51 มีประตูแรกของเกมเกิดขึ้นจนได้ แบร์นาร์โด ซิลวา รับบอลได้ทางด้านขวา ก่อนจะไหลเข้าพื้นที่เขตโทษให้ เควิน เดอ บรอยน์ ปราดมาตบเข้ากลางอีกที เออร์ลิง ฮาลันด์ จึงได้ยิงเข้าไปง่ายๆ แมนฯ ซิตี้นำ 1-0
นาที 72 เดยัน คูลูเซฟสกี ได้บอลในพื้นที่เขตโทษแล้วพลิกตัวหวังลุยไปเอง แนวรับแมนฯ ซิตี้พยายามช่วยกันสกัดแต่เอาไม่อยู่จนคูลูเซฟสกีได้หลุดไปยิงมุมแคบด้านขวา สเตฟาน ออร์เตกา ปิดมุมอยู่แล้วเลยเซฟไว้ได้ สเปอร์สตีเสมอไม่สำเร็จ
นาที 80 สเปอร์สวางบอลขึ้นหน้าไปถึงพื้นที่เขตโทษด้านขวา เดยัน คูลูเซฟสกี วิ่งเข้าหาลูกพร้อมกองหลัง แต่เป็นคูลูเซฟสกีที่ชนะการชิงจังหวะจึงเกี่ยวบอลได้แล้วตัดสินใจยิงมุมแคบ สเตฟาน ออร์เตกา ยังเซฟไว้ได้แบบหวุดหวิด
นาที 86 มานูเอล อาคันจี พลาดท่าโดน เบรนแนน จอห์นสัน แย่งบอลบริเวณกลางสนาม ก่อนจะเป็น ซน ฮึง-มิน ปราดมารับช่วงต่อกระชากหลุดเดี่ยวไปยิง สเตฟาน ออร์เตกา เซฟไว้ได้อย่างสุดยอด สเปอร์สพลาดตีเสมอแบบไม่น่าเชื่อ
นาที 90 ฟิล โฟเดน หวดบอลจากบริเวณครึ่งสนามขึ้นหน้าให้ เฌเรมี โดกู สปีดมารับในเขตโทษ ก่อนที่โดกูจะถูก เปโดร ปอร์โร เกี่ยวขาล้มลง ผู้ตัดสินจึงเป่าให้จุดโทษแมนฯ ซิตี้ เออร์ลิง ฮาลันด์ รับหน้าที่สังหารไม่มีเหลือ ทีมเยือนทิ้งห่าง 2-0
นาที 98+8 แมนฯ ซิตี้เกือบได้ประตูเพิ่มอีก เฌเรมี โดกู ได้บอลทางด้านซ้ายของเขตโทษ จากนั้นโยกหลอกกองหลังแล้วสับไกยิงมุมแคบ แต่ยังติดเซฟ กูเยลโม วิคาริโอ ก่อนที่จะจบเกมด้วยชัยชนะของทีมเยือน 2-0
ทำให้ผ่านไป 37 นัด แมนฯ ซิตี้เก็บเพิ่มเป็น 88 คะแนน ขึ้นนำจ่าฝูง โดยอยู่เหนือรองจ่าฝูงอาร์เซนอล 2 คะแนน นัดสุดท้ายของฤดูกาลขอแค่แมนฯ ซิตี้ชนะก็จะคว้าแชมป์ทันที ส่วนประตูได้เสียตอนนี้แมนฯ ซิตี้บวกอยู่ 60 ลูก ขณะที่อาร์เซนอลบวก 61 ลูก
ส่วนสเปอร์สนิ่งอยู่ที่ 63 คะแนน ยึดอันดับ 5 เช่นเดิม ซึ่งผลแมตช์นี้ยังทำให้อันดับ 4 แอสตัน วิลลา การันตีตั๋วไปยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แน่นอนด้วย เนื่องจากมีแต้มเหนือสเปอร์สอยู่ 5 แต้ม แต่เหลือเกมเตะอีกเพียงนัดเดียว
ทั้งนี้ วิลลาได้กลับสู่ถ้วยใหญ่ยุโรปหนแรกในรอบ 41 ปี นับตั้งแต่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรเปียน คัพ ฤดูกาล 1982-83 และถือเป็นครั้งแรกที่สโมสรได้เล่นถ้วยนี้ในรูปแบบที่เปลี่ยนเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ส่วนผลฟุตบอลลา ลีกา สเปน โอซาซูนา เสมอ มายอร์กา 1-1, เรอัล มาดริด ชนะ เดปอรืติโบ อลาเบส 5-0, จิโรนา แพ้ บียาร์เรอัล 0-1