จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 17 ปี นำทัพช้างศึกรุ่นเล็กลงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมชิงแชมป์อาเซียน เร้าลูกทีมทำงานหนักพิสูจน์ตัวเอง
เมื่อ 7 มิ.ย. ที่สนามภายในพัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ลงฝึกซ้อมต่อเนื่องของวันที่ 2 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่จะจัดการแข่งขันที่ เมืองสุราการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 21 มิ.ย. – 4 ก.ค. โดยเน้นเรื่องการนำปรัชญารวมถึงคอนเซ็ปต์กับนักกีฬาทั้ง 40 คน ที่มาจากการคัดเลือกโครงการ FA Thailand Talent ID
ก่อนการฝึกซ้อม จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึก กล่าวว่า “เราคัดเลือกนักเตะ 40 คนที่ดีที่สุดจากโครงการ Talend ID เข้ามาเก็บตัวตลอด 1 สัปดาห์ เพื่อมาคัดเลือกนักกีฬาที่ดีที่สุด 23 คน ไปเล่นชิงแชมป์อาเซียนที่อินโดนีเซีย เรามีแผนการอุ่นเครื่อง 3 นัด ในการเจอกับทีมที่อายุมากกว่า เราต้องการให้เด็กเล่นกับนักเตะที่แกร่งกว่าเพื่อให้เขาพัฒนาศักยภาพขึ้นไปอีก ไม่อย่างนั้นเราจะสู้ต่างชาติไม่ได้ เพราะปีก่อนผมได้มีโอกาสไปดูชิงแชมป์เอเชีย ยู-17 ที่เมืองไทย ชาติอย่างญี่ปุ่น อุซเบกิสถาน และ เกาหลีใต้ เขาเล่นฟุตบอลเหมือนผู้ใหญ่ เราจะมาซ้อมแบบเด็กๆ ไม่ได้ เราต้องทำเต็มที่”
“เราเตรียมทีมกันค่อนข้างหนัก ที่มีการซ้อมเช้าเย็นเพื่อให้เด็กสมบูรณ์ที่สุด และเลือกนักกีฬาที่มีความฟิต ให้มีสภาพทีม สภาพร่างกายดีที่สุดเพื่อไปแข่ง เพราะว่าสายของเราถือว่าหนัก ทั้งออสเตรเลีย มาเลเซีย รวมถึง ติมอร์ เลสเต ซึ่งจะมีแค่ทีมเดียวที่ได้เข้ารอบ ส่วนการเข้ารอบเป็นที่ 2 ยากหากเทียบกับสายของเรา ทำให้เราต้องการเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้”
“ผมเคยอยู่กับเยาวชนมานานกว่า 10 ปี จะรู้จักเด็ก ถ้าเราวางกฎ ระเบียบ วิธีการ เขาจะทำตาม การควบคุมเด็กไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกคนอยากสร้างตัวเอง พิสูจน์ตัวเองว่าพวกเขามีความตั้งใจ เราได้คุยกฎเกณฑ์ ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกของการรวมทีม ผมเชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะมีวินัยที่ดีด้วย”
สำหรับ ทีมชาติไทย ยู-17 อยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับ มาเลเซีย, ติมอร์ เลสเต และ ออสเตรเลีย โดยมีโปรแกรมดังนี้ วันที่ 23 มิ.ย. พบออสเตรเลีย เวลา 15.00 น. ที่ ศรีเวดารี สเตเดียม, วันที่ 26 มิ.ย. พบติมอร์ เลสเต เวลา 15.00 น. ที่ ศรีเวดารี สเตเดียม และวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ทีมชาติไทย U17 พบ มาเลเซีย ที่มานาฮาน สเตเดียม
โดยการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม จะนำทีมแชมป์ จากทั้ง 3 กลุ่ม พร้อมรองแชมป์ที่ผลงานที่ดีที่สุดจากทั้ง 3 กลุ่ม ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันในวันที่ 1 ก.ค. นัดชิงชนะเลิศ และชิงอันดับ 3 แข่งวันที่ 4 ก.ค.