โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน ชื่นชม ดรากอน ปทุมวัน กาญจนุบรี สู้ได้สมศักดิ์ศรี แม้เป็นทีมจากลีกล่าง ยินดี แบงค็อก ยูไนเต็ด ซิวแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรก
โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เพิ่งพาขุนพลแข้งแทพ ลุ้นเหนื่อยจนถึงดวลจุดโทษก่อนจะเอาชนะ ดรากอน ปทุมวัน กาญจนบุรี ทีมจากไทยลีก 2 ด้วยสกอร์รวม 5-2 (เสมอ 120 นาที 1-1) คว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2023-24 ไปครอง และเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกของสโมสร
หลังเกม หัวหน้าผู้ฝึกสอน “แข้งเทพ”ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวว่า “เราตั้งเป้าหมายตั้งแรกที่จะชนะเพื่อการเป็นแชมป์เพื่อแฟนบอล เพื่อเป้าหมายของทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักบอล ทีมงานสต๊าฟโค้ช ผู้บริหาร และเราทำได้สำเร็จ ถือว่าเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ เป็นเกมที่สมศักดิ์ศรี แม้ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมลีกล่าง แต่เราบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเราไม่ประมาทพวกเขา และพวกเขาเตรียมทีมมาดี”
“เกมรอบชิงชนะเลิศไม่มีคำว่าต่างชั้น เมื่อลงสนามทุกทีมเท่ากันและพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นคู่ชิที่สมศักดิ์ศรี ต้องชื่นชมทีมกาญจนบุรี ที่สู้กับเราได้สนุกจนถึงการดวลจุดโทษ ส่วนทีมเราผมต้องขอชมเชยน้องๆ นักฟุตบอลที่สู้กับเรามาตลอดตั้งแต่ต้นฤดูกาล และตอนนี้เหมือนพวกเขาทุกคนได้ปลดปล่อยจากการที่สามารถคว้าแชมป์ได้ เป็นแชมป์แรกของหลายคนรวมถึงเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกของสโมสรเป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายฤดูกาลด้วยกัน”
“การที่เราโดนคู่แข่งยิงประตูขึ้นนำก่อนเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อลงสนามไปแล้ว เราไม่ได้เป็นต่อคู่แข่งอะไรมากมาย ที่ผ่านมาในฟุตบอลถ้วยมีการพลิกล็อกมาตลอด ยิ่งเกมนัดชิงชนะเลิศด้วยความเข้มข้นจะมากขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าเราจะพยายามสร้างเกมรุกเพื่อจะทำประตูจะเห็นได้ว่าครึ่งแรกมีหลายครั้งที่เรามีโอกาสที่จะออกนำ แต่ว่าพลาดเป้าไปทำให้นักเตะของเราเกิดความกดดันตัวเอง หลายคนจึงเร่งจังหวะทำให้เกิดความผิดพลาดเกมรุกของเราเลยไม่ปะติดปะต่อแต่ทั้งนี้ต้องชมกาญจนบุรีที่มุ่งมั่นตั้งใจมาสู้กับเราได้เป็นอย่างดี”
“ส่วนแผนการทำงานในซีซั่นหน้าอย่างที่เราเห็นว่าทีมระดับบิ๊กโฟร์ บิ๊กไฟว์ มีนักเตะระดับไหนบ้าง เราต้องมามองตัวเราเองว่าตอนนี้เรามีผู้เล่นหรือศักยภาพมากน้อยเพียงใดในการไปสู้กับทีมเหล่านี้ ซึ่งในส่วนประสิทธิภาพในเกมแข่งขันต้องยอมรับว่าเราจำเป็นต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่นโยบายในการทำทีมของเรานั้นเรามีแผนงานการทำทีมในแบบของเราอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณการทำทีม การบริหารจัดการผู้เล่นที่มีสัญญาอยู่ เราไม่สามารถทำแบบบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถเติมศักยภาพผู้เล่นได้แบบไม่จำกัด เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องรักษาขนาดของทีม คุณภาพของผู้เล่นด้วยงบประมาณที่เรามีอยู่ เพื่อให้สู้กับทีมลุ้นแชมป์ทั้ง 4-5 ทีมให้ได้ดีที่สุด”
“เกี่ยวกับเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าเราทำได้ดีมาตั้งแต่ต้นปี แต่ด้วยการที่เราเตรียมทีมช้า การเสริมผู้เล่นช้า เรากลับทำผลงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจทั้งในลีก และเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก (เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย) ทั้งที่หลายคนมองว่าเราไม่สามารถติดท็อปโฟร์ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งน้องๆ ทุกคนสู้ได้ดี ทำได้ดีจนเราขึ้นไปอยู่ระดับท็อปของตารางคะแนน แต่อย่างที่เห็นว่าระยะยาวเราสู้พวกทีมที่มีเงินมากกว่าไม่ได้ การที่เราจบอันดับสองของลีกถือว่าเกินเป้าที่พวกเราวางไว้อยู่แล้ว”
“ดังนั้นในฤดูกาลใหม่เราต้องพยามแก้ไขตรงนี้แม้ว่าเราจะได้นักจิตวิทยาเข้ามาช่วย แต่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการเพิ่มเติมเรื่องแท็กติกเข้าไปให้ทีมนั้นอยู่ที่ตัวผมแล้วว่าจะทำอย่างไร จากการทำงานในปีนี้ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น ทำให้รู้ว่าต้องทำอย่างไรในการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างเกมในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่แตกต่างกันเพื่อการทำประตูที่เด็ดขาดมากกว่านี้ เพราะปีนี้เราทำแต้มหล่นหายไปค่อนข้างเยอะ”