การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจอกับ “ปีศาจแดง” เบลเยียม ที่สนามดุสเซลดอร์ฟ อารีนา (แมร์คูร์ สปีล-อารีนา) เมืองดุสเซลดอร์ฟ

เส้นทางที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้รองแชมป์กลุ่มดี ด้วยผลงานลงเตะ 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 เก็บไป 5 คะแนน จากการชนะออสเตรีย 1-0, เสมอเนเธอร์แลนด์ 0-0, เสมอโปแลนด์ 1-1

ส่วนเบลเยียมได้รองแชมป์กลุ่มอี ด้วยผลงานลงเตะ 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บไป 4 คะแนน จากการแพ้สโลวะเกีย 0-1, ชนะโรมาเนีย 2-0, เสมอโรมาเนีย 0-0

คู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 75 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะ 26 นัด เสมอกัน 19 นัด เบลเยียมชนะ 30 นัด หนล่าสุดเจอกันในฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2020-21 รอบชิงแชมป์ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งเตะกันที่เมืองตูริน ของอิตาลี ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายชนะ 3-2

ส่วน 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีม ฝรั่งเศส ส่ง ไมก์ เมนญอง, ฌูลส์ คุนเด, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลิบา, เธโอ แอร์กน็องเดซ, เอ็นโกโล ก็องเต, ออเรเลียง ชูอาเมนี, อาเดรียง ราบิโอต์, อ็องตวน กรีซมันน์, มาร์กกุส ตูราม และ คีลิยัน เอ็มบัปเป

ขณะที่ เบลเยียม ใช้ คูน คาสเตลส์, อาร์กธูร์ เธียต, ยาน แฟร์ตองเกน, เวาต์ ฟาส, ติโมธี กาสตาญ, เฌเรมี โดกู, เควิน เดอ บรอยน์, อมาดู โอนานา, ยานนิก การ์ราสโก, โรเมลู ลูกากู และ โลอิส โอเปนดา

ผ่านไป 10 นาที ทั้งสองทีมยังดูทำเกมกดดันคู่แข่งไม่ได้ แต่เป็นทางฝรั่งเศสที่ครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย

นาทีที่ 23 เบลเยียม มีโอกาสได้ลุ้นประตู จากลูกยิงฟรีคิกของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ ไมก์ เมนญอง ยังใช้เท้าสกัดออกไปได้

นาทีที่ 34 ฌูลส์ คุนเด เปิดเข้าไปหน้าปากประตู มาร์กกุส ตูราม ได้โหม่ง แต่เลยเสาประตูออกไป

ช่วงท้ายเกม ออเรเลียง ชูอาเมนี ได้ซัดด้วยเท้าขวา บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว จบ 45 นาทีแรก ฝรั่งเศส เสมอ เบลเยียม 0-0

REUTERS/Bernadett Szabo

เกมในครึ่งหลังเป็นฝั่งเศสที่ได้ทักทายก่อน จากลูกยิงของ ชูอาเมนี บอลแฉลบผู้เล่นเบลเยียมถึงสองจังหวะ แต่ คูน คาสเตลส์ ยังปัดออกไป

นาทีที่ 53 คีลิยัน เอ็มบัปเป ได้โอกาสลากเลื้อยผ่านผู้เล่นของเบลเยียมเข้าไปก่อนได้โอกาสส่อง แต่ คาสเตลส์ ยังไม่พลาด

จากนั้นนาทีที่ 60 เบลเยียมได้หลุดเดี่ยวจาก ยานนิก การ์ราสโก แต่ก่อนจะได้โอกาสยิง เธโอ แอร์กน็องเดซ ตามมาสกัดได้สำเร็จ

เบลเยียม ได้ลุ้นทำประตูในนาทีที่ 70 โอเรล ม็องกาลา ได้เปิดจากฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลมาเข้าทาง โรเมลู ลูกากู แต่เจ้าตัววางเท้ายิง แต่ เมนญอง ยังปัดออกไปได้

หลังจากนั้นทั้งสองทีมยังคงพยายามทำเกมเพื่อทำประตูขึ้นนำ โดยเป็นทางฝรั่งเศสที่ได้โอกาสมาวนเวียนหน้าประตูของเบลเยียมอยู่หลายครั้ง แต่ยิงออกนอกกรอบหลายครั้ง

นาทีที่ 85 ฝรั่งเศสทำสำเร็จ จากจังหวะทำเกมสวนกลับ ก่อนที่ เอ็นโกโล ก็องเต จะจ่ายให้ ร็องดัล โคโล มูอานี ได้ยิง บอลไปแฉลบเข่าของ ยาน แฟร์ตองเกน เข้าประตูไป หมดโอกาสที่ คาสเตลส์ จะได้เซฟ ฝรั่งเศสออกนำ 1-0

REUTERS/Carmen Jaspersen

ช่วงเวลาที่เหลือ เบลเยียม พยายามที่จะทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้ายของพวกเขาไม่เด็ดขาด ทำให้จบเกม 90 นาที ฝรั่งเศส เฉือนเอาชนะ เบลเยียม 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศศึกฟุตบอลยูโร ได้สำเร็จ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน