การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 เกมในรอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ รองแชมป์เก่า เจอกับ “นาฬิกา”สวิตเซอร์แลนด์ ที่สนามดุสเซลดอร์ฟ อารีนา (แมร์คูร์ สปีล-อารีนา) เมืองดุสเซลดอร์ฟ
เส้นทางที่ผ่านมา อังกฤษเตะรอบแบ่งกลุ่มแล้วได้แชมป์กลุ่มซี ด้วยผลงานแข่ง 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 เก็บไป 5 คะแนน จากการชนะเซอร์เบีย 1-0, เสมอเดนมาร์ก 1-1, เสมอสโลวีเนีย 0-0 ต่อมาเตะรอบ 16 ทีมสุดท้าย เสมอสโลวะเกีย 1-1 (หลังต่อเวลาชนะ 2-1)
ส่วนสวิตเซอร์แลนด์เตะรอบแบ่งกลุ่มแล้วได้รองแชมป์กลุ่มเอ ด้วยผลงานแข่ง 3 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 เก็บไป 5 คะแนน จากการชนะฮังการี 3-1, เสมอสกอตแลนด์ 1-1, เสมอเยอรมนี 1-1 ต่อมาเตะรอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะอิตาลี 2-0
คู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 27 ครั้ง อังกฤษชนะ 19 นัด เสมอกัน 5 นัด สวิตเซอร์แลนด์ชนะ 3 นัด หนล่าสุดเป็นเกมกระชับมิตรเมื่อเดือนมีนาคม 2022 อังกฤษเปิดบ้านชนะ 2-1
ส่วน 11 ผู้เล่นตัวจริงในเกมนี้ อังกฤษ ประกอบด้วย จอร์แดน พิกฟอร์ด ,ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอซรี คอนซา ,คีแรน ทริปเปียร์, ค็อบบี เมนู, เดแคลน ไรซ์, บูคาโย ซากา , จูด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเดน, แฮร์รี เคน
ด้าน สวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วย ยานน์ ซอมเมอร์, ริการ์โด โรดริเกซ, มานูเอล อาคันจี, ฟาเบียน แชร์, มิเชล เอบิเชอร์, กรานิต ชากา, เรโม ฟรอยเลอร์, ฟาเบียน รีเดอร์, รูเบน บาร์กาส, ดาน เอ็นดอย, บรีล เอ็มโบโล
ช่วง 10 นาทีแรกของเกม ทั้งสองทีมเปิดฉากสู้กันได้อย่างสูสี แต่อย่างไรก็ตามเป็นทางอังกฤษที่สามารถครองบอลได้มากกว่า

REUTERS/Wolfgang Rattay
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เกมรุกของทั้งสองทีมยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แม้จะขึ้นเกมไปถึงหน้ากรอบเขตโทษของอีกฝั่งได้ แต่ก็ยังไม่มีจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้ง
ช่วงท้ายเกม บูคาโย ซากา ได้โอกาสเลี้ยงตัดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ถูกผลักจนเสียจังหวะ แต่บอลยังเลยไปเข้าทาง ค็อบบี เมนู ได้ยิง แต่ติดบล็อกกองหลังของสวิสออกไป ก่อนจบ 45 นาทีแรกไปโดยที่ยังเสมอกัน 0-0

REUTERS/Lee Smith
ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมพยายามต่อบอลทำเกมเข้าไปในพื้นที่ของฝั่งตรงข้าม โดยมีจังหวะที่ บรีล เอ็มโบโล ได้หลุดเข้าไปถึงในกรอบเขตโทษของอังกฤษ โดยมี เอซรี คอนซา เข้ามาสกัด แม้สุดท้าย เอ็มโบโล จะได้โอกาสหมุนยิงก็ไม่ผ่านมือของ จอร์แดน พิกฟอร์ด
นาทีที่ 57 สวิตเซอร์แลนด์มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูจากหวะที่ ริการ์โด โรดริเกซ เปิดครอสเข้าไปให้ เอ็มโบโล ได้ยิง แต่ คอนซา ยังเข้ามาบล็อกได้สำเร็จ
เกมดำเนินมากระทั่งนาทีที่ 75 กองเชียร์สวิสได้เฮลั่นสนาม จากจังหวะที่ ฟาเบียน แชร์ ทำเกมขึ้นมาจากทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ โดยบอลผ่านกองหลังของอังกฤษ จนไปถึง บรีล เอ็มโบโล ได้โอกาสเข้าชาร์จเข้าประตู พาสวิตเซอร์แลนด์ ออกนำ 1-0
หลังจากเสียประตู อังกฤษโหมเปิดเกมรุกมากขึ้น ก่อนที่นาทีที่ 79 บูคาโย ซากา รับบอลจาก เดแคลน ไรซ์ ก่อนหาโอกาสซัดด้วยซ้ายจากกรอบเขตโทษ เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ให้กับอังกฤษ

REUTERS/Kai Pfaffenbach
เกมหลังจากนั้นเป็นอังกฤษ ที่ทำเกมรุกเข้าใส่สวิตเซอร์แลนด์ แต่แนวรับของขุนพลสวิสยังคงช่วยกันป้องกันไว้ได้ และรอโอกาสบุกสวนคืนบ้างแต่สุดท้ายไม่สามารถทำอะไรกันได้ จบเกม 90 นาที เสมอกันอยู่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ อังกฤษ มีจังหวะได้ทักทายจากลูกยิงไกลของ เดแคลน ไรซ์ เฉียดเสาประตูไปนิดเดียว และในนาทีที่ 116 สวิตเซอร์แลนด์ เกือบได้ประตู จากจังหวะลูกเตะมุมจากฝีเท้าของ เซอร์ดาน ชากิรี แต่บอลชนสามเหลี่ยมออกไป
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ จบ 120 นาที ต้องไปถึงการดวลจุดโทษตัดสินเพื่อหาผู้ชนะ
ผลปรากฎว่าเป็นแข้งอังกฤษที่ยิงได้แม่นยำกว่า และสุดท้ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 5-3 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะ เนเธอร์แลนด์ และ ตุรกี ต่อไป