เอเลียด คิปโชเก อดีตยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเมืองไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมหวังการท่องเที่ยวและกีฬาเดินไปคู่กัน

เมื่อ 27 พ.ย. เอเลียด คิปโชเก ตำนานนักวิ่งมาราธอนโลก เจ้าของสถิติวิ่งมาราธอนได้ต่ำกว่า 2 ช.ม. แชมป์โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย ชาวเคนยา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาถึงไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก พรีเซ็นต์บาย โตโยต้า ครั้งที่ 7” หรือ “วิ่งผ่าเมือง” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ชิงเงินรางวัลรวม 2,440,500 บาท โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายกอบเกีบรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน มาร่วมต้อนรับ พร้อมสื่อมวลชนและแฟนคลับนักวิ่งมาต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างคับคั่ง

คิปโชเกกล่าวว่า ตนรู้จักเมืองไทยมานานแล้ว ดังนั้นอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำนักกีฬา นักวิ่งมาเที่ยวยังเมืองไทย นอกจากนี้อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความเป็นประเทศไทยให้คนทั้งโลกได้รู้จักมากขึ้น ตอนนี้ตนอยากทำความรู้จักกับคนไทยให้มากขึ้น อยากเจอกับทุกคน และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าด้วยกัน

“เป้าหมายของผมคืออยากทำให้กีฬาเป็นศูนย์รวมของการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้ว่าผมจะได้รับยกย่องว่านักวิ่งที่น่ามหัสจรรย์ แต่ผมคิดว่าอเมซิ่งไทยแลนด์เป็นอะไรที่มหัสจรรย์มากเช่นเดียวกัน”

สำหรับการเดินทางมาร่วมครั้งนี้ ถือว่าได้สร้างเซอร์ไพร์สในวงการวิ่งของโลกเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า ตำนานนักวิ่งโลกจะตอบรับมาร่วมวิ่งในรายการนี้ ทำให้นักวิ่งทั่วโลกต่างรอชม กิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างที่คิปโชเกอยู่ในประเทศไทย

โดยคิปโชเกจะลงวิ่งในระยะ 10 ก.ม.ในรายการนี้ จะร่วมวิ่งกับนักวิ่งชาวชาวไทยและชาวต่างชาติที่สมัครมาเป็นจำนวนมากถึง 33,000 คน จะมีการถ่ายทอดไปทั้งโลก ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตั้งแต่เวลา 01.30-08.00 น. (คิปโชเกวิ่งเวลา 05.45 น. เป็นต้นไป) และสามารถรับชมทาง LiveStreaming ทางเพจเฟสบุ้ค Amazing Thailand Marathon Bangkok หรือ YouTube: Thailand Tri-League

ส่วนในกิจกรรมสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำนายคิปทิเนสส์ ลินด์ซีย์ คิมโวเล เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐเคนย่า ประจำประเทศไทย, นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน นำ คิปโชเก และภรรยา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเสื้อแข่งขัน และรายงานความพร้อมในการจัดการแข่งขัน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค๊อก 2024” ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานถ้วยรางวัลรวมทั้งสิ้น 8 รางวัล ในเวลา 17.15 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้นคิปโชเกจะเดินทางไปร่วมกิจกรรม Kipchoge Fan Meet ที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ในเวลา 18.30-20:00 น. ที่คาดว่าจะมีแฟนคลับไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งจะมีการถ่ายทอดทาง LiveStreaming จากเพจ Amazing Thailand Marathon Bangkok

อนึ่งคิปโชเก ได้ตอบรับการเชิญรัฐบาลไทย โดยการท่องเที่ยวและกีฬา ในการเป็น “ฑูตด้านการท่องเที่ยวกีฬาและวัฒนธรรม” เป็นระยะเวลา 3 ปี (2567-2569) โดยนอกจากจะมาร่วมวิ่งในรายการ “วิ่งผ่าเมือง” เป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ยังจะมีการร่วมงานในกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ การถ่ายทำหนังโฆษณา ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรมแล้ว ยังจะร่วมเปิดคลินิกให้นักเรียนกับผู้ว่ากรุงเทพมหานคร รวมถึงการสร้างสถาบันฝึกวิ่งแห่งใหม่กับทางไทยแลนด์ไตรลีก ในระยะยาว เพื่อคัดช้างเผือกนักวิ่งไทย ไปเข้าร่วมทีมวิ่งอันดับ 1 ของโลก NN SPORT TEAM และไปทำการฝึกซ้อมกับทีมของคิปโชเก้ที่ประเทศเคนย่าอีกด้วย

การแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก พรีเซ็นต์บาย โตโยต้า ครั้งที่ 7” จะมีขึ้นในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ที่สนามหลวง จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นแม่งานหลัก โดยกำหนดระยะแข่งขันทั้งสิ้น 4 ระยะ ระยะ 42.195 กม. กับ ระยะ 21.1 กม. จะปล่อยตัว ณ ถนนพญาไท หน้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ และระยะ 10 กม. กับ ระยะ 4.5 กม. ปล่อยตัว ณ บริเวณถนนราชดำเนินใน (หน้าศาลฎีกา) โดยทุกระยะมีเส้นชัยอยู่ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น 33,712 คน จาก 77 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสถิติใหม่ของผู้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมากกว่า 900 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน