โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสั่งเข้มงวดการขอวีซ่า ของนักกีฬาข้ามเพศ ที่ต้องการเดินทางเข้ามาแข่งขันในสหรัฐอเมริกา โดยนิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่าทางการมีคำสั่งถึงเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลกให้ปฏิเสธคำขอของนักกีฬากลุ่มนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังไฟเขียวให้ระงับวีซ่าตลอดชีวิตสำหรับนักกีฬาผู้ยื่นขอวีซ่าด้วยเหตุผล ‘บิดเบือนเพศสภาพ’ โดย หน่วยงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐฯ (USCIS) กล่าวว่าได้ปรับปรุงนโยบายการเข้าเมืองเพื่อจำกัดสิทธิ์การได้รับวีซ่าของนักกีฬาข้างต้น และจะถือว่า “การที่นักกีฬาชายได้แข่งขันกับผู้หญิง” เป็นปัจจัยเชิงลบในการพิจารณาคำร้องขอเข้าประเทศในประเภทต่างๆ เช่น วีซ่า O-1A สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ, กรีนการ์ด EB-1 และ EB-2 สำหรับแรงงานที่มีทักษะสูง และการสละสิทธิ์เพื่อผลประโยชน์ของชาติ

แมทธิว ทราเจสเซอร์ โฆษก ยูเอสซีไอเอ ระบุว่า “ผู้ชายไม่ควรอยู่ในกีฬาของผู้หญิง เรากำลังปิดช่องโหว่สำหรับนักกีฬาชายชาวต่างชาติที่โอกาสเดียวในการชนะการแข่งขันระดับสูงคือการเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศและใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางชีวภาพเหนือผู้หญิง เป็นเรื่องของความปลอดภัย ความเป็นธรรม ความเคารพ และความจริงที่ว่ามีเพียงนักกีฬาหญิงเท่านั้นที่จะได้รับวีซ่าเข้ามาในสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมกีฬาของผู้หญิง รัฐบาลทรัมป์กำลังยืนหยัดเพื่อคนส่วนใหญ่ที่เงียบงันซึ่งตกเป็นเหยื่อของนโยบายฝ่ายซ้ายที่ขัดต่อสามัญสำนึกมานานแล้ว”

คำสั่งดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเป็นเจ้าภาพ โอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 เนื่องจากจะมีนักกีฬาจากทั่วโลกเข้าแข่งขัน ก่อนหน้านี้สหรัฐก็เพิ่งสั่งแบนพลเมืองจาก 12 ชาติ เข้าสหรัฐประกอบด้วย อัฟกานิสถาน, เมียนมา, ชาด, คองโก, อิเควทอเรียลกินี, เอริเทรีย, เฮติ, อิหร่าน,ลิเบีย, โซมาเลีย,ซูดาน และเยเมน และ อีก 7 ประเทศ ได้แก่ บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา จะถูกจำกัดการเข้าประเทศบางส่วน มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 9 มิ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน