นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี โพสต์ข้อความร่ายยาวหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันฟุตบอลคิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ที่กาญจนบุรี เป็นเจ้าภาพ โดยเผยเรื่องราวตั้งแต่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ดราม่าความไม่พร้อม แต่ไฮไลต์ที่สำคัญคือการโดนกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดี รวมถึงยืนยันว่าในครั้งหน้าอยากให้กระจายโอกาสไปจังหวัดอื่น
ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Prawat Kithammakunnit โดยระบุว่า ในช่วงที่มีการรื้อสนามหญ้า และมีการลงหญ้าใหม่ มีกลุ่มคนที่ไม่ได้หวังดีกับ อบจ. ไม่รักบ้านเกิดตัวเอง ตัดสายไฟเครื่องปั๊มน้ำที่บริเวณริมแม่น้ำแควที่เอามารดน้ำสนามหญ้า ทำให้หญ้าขาดน้ำ กว่าจะหาสาเหตุเจอและแก้ไขได้ หญ้าตายกว่า 200 ตารางเมตร ที่สำคัญ พวกมันตัดสายไฟไป 4 ครั้งด้วยกัน สองครั้งแรกแก้ไขเสร็จ ก็ติดกล้องเพื่อจับผู้ร้าย มันก็มาตัดอีกจริงแต่กล้องดันจับไม่ได้ และสุดท้ายก็โดนครั้งที่ 4 ก่อนแข่ง 2 วัน มันตัดเราซ่อม อยู่อย่างนี้ ตัดได้ตัดไป และวันแข่งมีมือดีไปปิดวาล์วน้ำอีก ทำให้น้ำไม่ไหลไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ที่ผมไม่ได้บอกทุกคนก่อนเพราะผมไม่อยากให้เสียบรรยากาศ และพยายามเก็บและแก้ปัญหาเอง ต้องขอบคุณกองช่างที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาพร้อมๆกัน
นายแพทย์ประวัติ ระบุอีกว่า อยากให้จังหวัดอื่นจัดบ้าง จะได้กระจายความตื่นตัว กระจายเศรษฐกิจ ไปทั่วๆ กาญจนบุรีพร้อมเก็บข้อมูลความผิดพลาด ข้อเสีย และวิธีการแก้ไข พร้อมส่งต่อพิมพ์เขียวให้จังหวัดอื่นๆ ได้จะได้ไม่ต้องไปเริ่มต้นใหม่และลองผิดลองถูก แต่ถ้าไม่มีจังหวัดไหนยื่นเป็นเจ้าภาพ ทางเราก็ยินดีจัดอีกนะ สนุกดี
ถ้ามีทรัพยากรพร้อม การทำงานจะไปท้าทายอะไร ไม่ต้องใช้ผู้บริหารก็ได้ แต่งานนี้ต้องอาศัยความเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารที่เก่ง ใช้ทีมเวิร์ค ใช้ทุกศาสตร์ของนักบริหารเนื่องจากไม่พร้อมซักอย่าง และที่สำคัญ เวลาที่จำกัด จะบอกให้ว่า อบจ.ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมเลย เราใช้เงินเหลือๆในปีงบประมาณนี้ ที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้าง ในราคาต่ำ ทำให้มีเม็ดเงินเหลือ ซึ่งพอจัดงานได้สบายๆ นายกหวัดซะอย่าง 555
สุดท้าย งานอาจไม่ perfect มาก แต่ผมคิดว่า ผมได้ประสบการณ์ จังหวัดได้ประโยชน์ คนกาญจนบุรีได้ความภูมิใจ เด็กๆได้ motivation ได้สนามบอลใหม่ๆหลายสนาม ธุรกิจได้เม็ดเงินหมุนเวียน ได้ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ผมขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น น้อมรับและขอปรับปรุงในโอกาสต่อๆไป ขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามา