“รมว.อรรถกร”ควงคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ยืนยันไทยพร้อม 100% เดินหน้าจัดวิ่งมาราธอนเมืองหลวงระดับโลก “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก” ตามกําหนดการเดิม 30 พ.ย. นี้พร้อมปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงไว้อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ล่าสุด ผู้แทนสมาคมกรีฑาโลกเดินทางร่วมแถลงข่าวเผยยอดผู้สมัครเทียบเท่ามาราธอนระดับเมเจอร์โลก 47,913 คน เป็นชาวต่างชาติ 8,432 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลก ผู้ว่าฯ ชัชชาติเผยเจรจารถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานคร ให้ขยายเวลาในช่วงแข่งขันเป็นกรณีพิเศษ เพื่อรองรับนักวิ่งและผู้ติดตามกว่า 1 แสนคนที่จะเดินทางมาร่วมงาน ผู้ว่าฯกกท. ควงผู้ว่าฯ ททท. ประเมินรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านตลอดสัปดาห์แข่งขัน ด้านเอเลียดคิปโชเก้ยอดนักวิ่งมาราธอนชื่อก้องโลก ทําเซอร์ไพรส์โฟนอินกลางงานยืนยันมาร่วมวิ่งเช่นเดิมถ่ายทอดสดทางไทยพีบีเอสตลอดงาน
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ ห้องคริสตัล โรงแรม ดิแอทธินีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาเป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองหลวง (World Capital Marathon) รายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอนแบงค็อก พรีเซ็นต์บายโตโยต้า ครั้งที่ 8” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีและชิงเงินรางวัลรวม 2,488,500 บาท ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้ง ดร.ก้องศักด ยอดมณีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดีผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, พลตํารวจตรีธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล, นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นาย อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อํานวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ อุปนายกและผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ, นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จํากัด, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อํานวยการจัดการแข่งขัน โดยมีมร.เอเลสซิโอ ปุนซี่ ผู้อํานวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก เดินทางมาร่วมเป็น สักขีพยาน ทั้งนี้มีผู้สนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชน, สื่อมวลชน และเหล่านักวิ่ง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
โดยก่อนพิธีการแถลงข่าว คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้ประกาศให้ทุกคนร่วมแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระพันปีหลวงด้วยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีก่อนจะเข้าสู่พิธีการต่างๆ ที่ดําเนินไปอย่างเหมาะสมและสํารวมตลอดงาน
โดยไฮไลท์ของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้นอกจากการยืนยันการเข้าร่วมวิ่งของตํานานนักวิ่ง มาราธอนโลก ดีกรีแชมป์มาราธอนเมเจอร์ 11 สมัยชาวเคนย่า เอเลียด คิปโชเก้แล้ว คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ยังได้เชิญนักวิ่งชื่อดังดีกรีแชมป์มาราธอนรายการต่างๆ อีกหลายคนจากทั่วโลกมาร่วมการแข่งขันอีกเป็นจํานวนมาก
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีแถลงข่าว การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองหลวง รายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมกรีฑาโลก ให้เป็นการแข่งขันมาราธอนที่จัดขึ้นในเมืองหลวงอันดับต้นๆ ของโลก”
“การแข่งขันรายการนี้เป็นการจัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 แล้ว ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่กํากับดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาและการท่องเที่ยวของประเทศ รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสร่วมผลักดันให้รายการนี้ก้าวขึ้นสู่ทําเนียบรายการมาราธอนระดับโลก ตนได้เห็นการทํางานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจํานวนมาก ทําให้ตนมีความเชื่อมั่นว่า การจัดการแข่งขันรายการนี้จะประสบความสําเร็จ และสร้างความประทับใจให้แก่นักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมแข่งขันในวันที่ 30 พ.ย. นี้อย่างแน่นอน”
“ปีนี้รัฐบาลได้เข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มตัว มาช่วยเติมเต็มในส่วนต่าง ๆ ให้แก่คณะผู้จัดงานฯ ช่วยยกระดับให้ รายการนี้เป็นรายการมาราธอนชั้นนําของโลก ภายใน 3 ปี (2568-2570) ทั้งนี้ตนจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้การกํากับดูแลของกระทรวงฯ นั่นคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมทํางานอย่างใกล้ชิดกับทางสมาคมกรีฑาโลก และผู้อํานวยการจัดงานจากไทยแลนด์ไตรลีก”
“ในนามของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขออวยพรให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสําเร็จอย่างเช่นทุกๆ ปีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ ในโอกาสนี้ผมขอฝากพี่ น้อง สื่อมวลชน โปรดช่วยกันประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมให้กําลังใจนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดเส้นทางแข่งขันในช่วงเช้า ของวันที่ 30 พ.ย. ที่จะถึงนี้” นายอรรถกร กล่าว
ดร.ก้องศักด ยอดมณีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตนได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีอรรถกร ให้เข้ามามีบทบาทในการจัดงานให้มากขึ้น โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย จะเป็นหน่วยงานหลักในฐานะเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับสมาคมกรีฑาโลก กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองบัญชาการตํารวจนครบาล และคณะกรรมการอํานวยการจัดการแข่งขันฯ ที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอีกเป็นจํานวนมาก รวมถึงไทยแลนด์ไตรลีกที่ถูกมอบหมายโดยสมาคมกรีฑาโลกให้เป็นผู้อํานวยการ จัดงาน หรือ Race Director ของการแข่งขันรายการนี้”

“ที่ผ่านมา กกท. ได้มีส่วนร่วมในการรายการนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถูกมอบหมายให้ดูแลด้านเทคนิคแข่งขัน และการตรวจสารกระตุ้น และรวมถึงได้สนับสนุนด้านจุดปล่อยตัว ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 6 ซึ่งได้สร้างภาพแห่งความประทับใจให้กับนักวิ่งเป็นจํานวนมาก โดยในปีล่าสุด กกท.มีข้อจํากัดไม่สามารถอนุญาตให้ใช้ราชมังคลากีฬาสถานเป็นจุดปล่อยตัวได้เนื่องจากมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการแข่งขันนั่นเอง ตนหวังว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะหารือกับสมาคมกรีฑาโลก ให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางมาใช้ราชมังคลากีฬาสถานเช่นเดิม”
“จากรายงานของผู้อํานวยการจัดการแข่งขัน ถึงกระแสความนิยมของรายการนี้จนทําให้มีจํานวนผู้สมัครจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมากเทียบเท่ามาราธอนระดับเมเจอร์รายการต่าง ๆ ของโลก ทําให้ตนเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการจัดงานกีฬาระดับ WORLD CLASS EVENT ได้ไม่เป็นสองรองชาติใดในทวีปเอเชีย ซึ่งรายการนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าหากมีการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง จะทําให้สามารถจัดการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม”
“นอกจากนี้การกีฬาฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมร่วมกับ เอเลียด คิปโชเก้และ NN Running Team รวมถึงการประชุมสัมมนา และการจัดเวิร์คชอปทางการแพทย์และการเปิดคลินิกของนักกีฬาระดับโลก ของสมาคมกรีฑาโลกที่จะจัดต่อเนื่องตลอด 3 ปีข้างหน้า” ดร.ก้องศักด กล่าว
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดิฉันมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันและสนับสนุนรายการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน จนทําให้รายการนี้ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิ่งจากทั่วโลก รู้จัก AMAZING THAILAND จากรายการนี้และจากเอเลียด คิปโชเก้ที่เป็นทูตด้านการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างเป็นทางการ จนเป็นกระแส VIRAL ในปัจจุบัน”
“ททท. จะยังคงให้การสนับสนุนในฐานะเจ้าภาพร่วม และเป็น TITLE SPONSOR อย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสําคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการวิ่งจากทั่วโลกมาร่วมวิ่งในรายการนี้ ปีนี้ตนมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีส่วนทําให้จํานวนผู้เข้าร่วมแข่งขันชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 30% จากปีที่แล้ว
ตนได้กําชับให้สํานักงานต่างประเทศ ของ ททท. ในหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ทําการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ยังคงมีนักวิ่งอีกจํานวนมากที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางมาร่วมแข่งขันในรายการนี้ แต่ก็ไม่สามารถรับเพิ่มได้อีกแล้ว”
“ททท. ได้คํานวณมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่จะได้รับจากการจัดงานในครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 1,411 ล้านบาท และมีมูลค่าจากการประชาสัมพันธ์ทั้งการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และการทําหนังโฆษณาของเอเลียด คิปโชเก้ในสื่อทุกรูปแบบ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 290 ล้านบาท ซึ่งหากคิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม จะมีมูลค่าสูงถึง 1,701 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 10 เท่าของงบประมาณของการจัดงาน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก” นางสาวฐาปนีย์กล่าว
ด้านนายชัชชาติสิทธิพันธุ์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมมือกับผู้จัดงานมาโดยตลอด จนเมื่อปีที่แล้ว รายการนี้ก็ได้รับเกียรติจาก เอเลียด คิปโชเก้และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จร่วมวิ่งด้วย ตนเองรู้สึกได้รับพลังงานดีๆ จากบรรยากาศของงาน และอยากส่งต่อพลังบวกนี้ให้กับนักวิ่ง รวมถึงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน ได้สัมผัสถึงความภาคภูมิใจในการที่กรุงเทพมหานครได้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานมาราธอนสเกลใหญ่ระดับโลกอย่างรายการนี้ ตนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการจัดงาน ฯ และจะระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ร่วมทํางานกับฝ่ายจัดการแข่งขันในฐานะ HOST CITY ให้ดีที่สุด”
มร.เอเลซิโอ ปุนชีผู้อํานวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก กล่าวว่า “รายการ อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน แบงค็อก ถือเป็นการแข่งขันมาราธอนน้องใหม่ที่สมาคมกรีฑาโลกได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุน และร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สําคัญ คือการช่วยพัฒนาเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพมหานคร ให้มีความสามารถในการจัดวิ่งมาราธอนในระดับเทียบเท่ามาราธอนระดับเมเจอร์โลก อาทิ
โตเกียวมาราธอน ลอนดอนมาราธอน เบอร์ลินมาราธอน ได้”
“สมาคมกรีฑาโลก จะส่งผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีประสบการณ์จัดการแข่งขันมาราธอนระดับโลกจากหลากหลายสาขามาเป็นพี่เลี้ยงให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สมาคมกรีฑาโลกยังเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนากรีฑาโลก หรือ WORLD ATHLETICS GLOBAL RUNNING CONFERENCE อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยในแต่ละปีจะมีผู้จัดการแข่งขันวิ่งจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมประชุมในรายการนี้ไม่น้อยกว่า 300 คน นอกจากนี้จะมีการจัด WORKSHOP ด้านการแพทย์ซึ่งจะมีMEDICAL DIRECTOR จากทั่วโลกมาร่วมทํางานกับฝ่ายแพทย์และพยาบาลในงาน ATMBKK มากกว่า 30 คน”
ด้านนายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อํานวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น 47,913 คนจาก 86 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ของผู้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ตนรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่านักวิ่งทุก ๆ ท่าน สําหรับการตอบรับในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ของ เอเลียด คิปโชเก้ อีกครั้ง ปีนี้คาดว่าเค้าจะมาร่วมวิ่งในระยะ 21 กม. โดยจะปล่อยตัวพร้อมกับนักวิ่ง 30,000 คน ซึ่งตนจะพยายามขอให้คิปโชเก้เข้าร่วมวิ่งในระยะ 10 กม. กับนักวิ่งอีก 18,000 คน เพิ่มเติม แต่ยังไม่กล้ายืนยัน ทั้งนี้ตนอยากขอเชิญชวนให้ชาวกรุงเทพมหานคร ออกมาร่วมเชียร์และเป็นกําลังใจให้นักวิ่งทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติจํานวน 48,000 คน ตลอดเส้นทางแข่งขัน เพื่อสร้างความประทับใจต่อการเป็นเจ้าภาพที่ดี
ของประเทศไทย ในฐานะของผู้อํานวยการจัดการแข่งขันฯ ตนมีความมั่นใจว่า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้จะประสบความสําเร็จเป็นไปความมุ่งหมายของทุกภาคส่วนอย่างแน่นอน” นายกอบเกียรติกล่าวทิ้งท้าย
อนึ่ง การแข่งขันรายการนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 presented by TOYOTA หรือชื่อย่อว่า ATMBKK กําหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ระยะ 42.195 กม. และ 21.1 กม. จะทําการปล่อยตัว ณ ถนนพญาไท หน้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์และระยะ 10 กม. 5 กม. จะทําการปล่อยตัว ณ บริเวณถนนราชดําเนินใน (หน้าศาลฎีกา) โดยทุกระยะมีเส้นชัยอยู่ที่ ท้องสนามหลวง โดยทางกรุงเทพมหานครได้กําหนดให้ท้องสนามหลวงเป็นจุดนัดพบหลังเส้นชัย โซนอาหาร และจุดรับ-ส่ง Shuttle Bus ส่วนกําหนดลงทะเบียนรับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ในวันที่ 27 ถึง 29 พฤศจิกายน ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน
โดยรายการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลของรายการ จํานวนทั้งสิ้น 8 รางวัล ได้แก่ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จํานวน 4 รางวัล สําหรับผู้ชนะในประเภทบุคคลทั่วไป ชายและหญิง ระยะมาราธอน และผู้ชนะในประเภทบุคคลทั่วไป ชายไทยและหญิงไทย ระยะมาราธอน และถ้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จํานวน 4 รางวัล สําหรับผู้ชนะในประเภทบุคคลทั่วไป ชายและหญิง ระยะฮาล์ฟมาราธอน และผู้ชนะในประเภทบุคคลทั่วไป ชายไทยและหญิงไทย ระยะฮาล์ฟมาราธอน นอกจากนี้การแข่งขันยังเป็นรุ่นกลุ่มอายุต่างๆ โดยมีถ้วยรางวัลให้ชิงชัยกันทั้งสิ้น จํานวน 227 รางวัล มีเงินรางวัลรวมเป็นเงิน 2,488,500 บาท
คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการให้การสนับสนุนรายการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี(2568-2570) เพื่อให้รายการนี้ถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินการแข่งขันรายการมาราธอนของสมาคมกรีฑาโลก ในฐานะ OFFICIAL WORLD CAPITAL CITY MARATHON ซึ่งจะมีการประกาศจัดงานเป็นซีรี่ย์รูปแบบมาราธอนส่งเสริมการ ท่องเที่ยวที่จัดขึ้นในเมืองหลวง โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร สมาคมกรีฑาโลก กองบัญชาการตํารวจนครบาล สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ และไทยแลนด์ไตรลีกในฐานะผู้อํานวยการจัดการแข่งขัน โดยมีไฮไลท์สําคัญอย่าง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆมากมายตลอดทั้งสัปดาห์อาทิการประชุมและสัมมนากรีฑาโลก การจัด WORKSHOP จากผู้เชี่ยวชาญของ สมาคมกรีฑาโลกตลอดทั้งปีร่วมถึงการร่วมวิ่งของ เอเลียด คิปโชเก้และนักวิ่งมาราธอนชื่อดังจากทั่วโลก คาดว่าจะมีนักวิ่ง ผู้ติดตาม และประชาชนเป็นจํานวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้มากกว่า 90,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมากกว่า 1,700 ล้านบาท