เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ห้องประชุม 217 สนามราชมังคลากีฬาสถาน นายอุดมศักดิ์ ชื่นครุฑ เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวชี้แจง ประเด็น “มิกซ์” รัชพล มรรคศศิธร และ “หว่าหวา” นัทธมน ไล้สวน นักแบดมินตันคู่ผสม เจ้าของตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรม ในการคัดเลือกนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33
นาย อุดมศักดิ์ กล่าวว่า “อยากมาชี้แจงหลายประเด็นที่ น้องทั้งสองคนออกมาพูดถึง โดยประเด็นแรก ที่น้อง พูดว่าถูกไล่ออกในคืนวันได้แชมป์ประเทศไทย 2024 ในกรณีนี้ไม่เป็นความจริง เพราะน้องได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แล้ว ว่า น้องซ้อมอยู่ในสมาคม 7-8 ปี ในชุดคู่ผสม และก่อนชิงแชมป์ประเทศไทย 2-3 เดือน น้องได้รับการประเมินจากสต๊าฟ และผู้ฝึกสอนฝ่ายพัฒนา ว่าไม่ผ่านเกณฑ์ในชุดคู่ผสม ซึ่งหลังจากนั้น “มิกซ์” ก็ได้กลับมาซ้อมในชุดชายคู่
จากนั้นน้องได้ซ้อมชายคู่ ต่อไปอีกประมาน 2 เดือน แต่ก่อนชิงแชมป์ประเทศไทย 2-3 สัปดาห์ ทีมโค้ช ในประเภทชุดชายคู่ ก็ประเมินว่าน้องไม่ผ่านเช่นกัน แต่ด้วยนโยบายของผู้บริหาร ว่าก่อนชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นช่วงที่นักกีฬาต้องมีสมาธิ และเตรียมตัวแข่งขัน เราจึงไม่อยากแจ้งว่าน้องไม่ผ่านคุณสมบัติ จึงเป็นที่มาว่ารอให้น้องผ่านชิงแชมป์ประเทศไทย ให้จบก่อน ซึ่งในชุดที่ไม่ผ่านการประเมินมี อยู่ 4 คน และแจ้งหลังจาก ชิงแชมป์ประเทศไทย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงถูกแจ้งในชั่วข้ามคืนหลังจากชิงแชมป์ประเทศไทย
นาย อุดมศักดิ์ เผยต่อว่า ต่อมาประเด็นการคัดตัวนักกีฬา จริงๆแล้วโครงการคัดเลือกนักกีฬาในแคมป์รายการต่างๆ มีทั้งหมด 26 คนที่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจาก กกท. ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2567 ซึ่งน้องอยู่ในชุดนี้มาโดยตลอด น้องได้รับเบี้ยเลี้ยงครบถ้วน และติดทีมชาติไทยไปแข่งขันรายการ ทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย 2025 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ด้วย แต่หลังจากนั้นในรายการ สุธีรมาน คัพ ไม่มีชื่อ แต่น้องก็ได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่า เป็นรายการระดับโลก สามารถรับได้ ซึ่งถามว่าสมาคมอยากให้นักกีฬาทุกคนติดทีมชาติและไปแข่งขันครบทุกคนอยู่แล้ว แต่เนื่องจากระเบียบทำให้ไม่สามารถลงทุกคนได้
เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ เผยอีกว่า ขณะที่ประเด็นไม่ติดทีมซีเกมส์ ต้องชี้แจงว่า จากนักกีฬา 26 คน สมาคมฯ จำเป็นต้องตัดให้เลือก 20 คน คือประเภทชาย 10 คน หญิง 10 คน แน่นอนว่าต้องมี 6 คนที่ไม่ติด ซึ่งรวมถึง “มิกซ์” และ “หว่าหวา” สมาคมรู้สึกเสียใจไปกับน้อง แต่เนื่องมันเป็นกฎของการแข่งขัน ไม่ใช่กฏระเบียบของทีมชาติ ซึ่งกฎระเบียบของทีมชาติ น้องได้เข้ามาเก็บตัวครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
“ส่วนการแก้ไขกฎระเบียบของการเก็บตัวทีมชาติ ก่อนหน้านี้นักกีฬาที่เก็บตัวทีมชาติ คือ ต้องชนะแชมป์ประเทศไทย และติดท็อป 32 ของโลก เรามีการประชุมใหญ่สามัญ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาแล้วว่า เวิลด์แรงกิ้ง กับ ชิงแชมป์ประเทศไทย อันไหนสำคัญกว่ากัน เนื่องจาก 4-5 ปีหลังไม่มี นักกีฬาระดับโลกของไทย คนไหนลงชิงแชมป์ประเทศไทย เพราะติดโปรแกรมการแข่งขันอื่นๆ โดยกีฬาแบดมินตันมีการแข่งขัน 53 สัปดาห์ต่อปี เราก็ต้องปรับการคัดเลือกให้เข้ากับระดับโลก เราต้องให้เกียรตินักกีฬาระดับโลกที่เขาอยากเล่นให้ทีมชาติ เลยเป็นที่มา ว่าเราต้องเอาอันดับท็อป 32 คนของโลก ติดทีมชาติอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม กฎนี้เราตรียมจะเริ่มใช้ในปีหน้า 2569
“ถามว่าแล้วทำไมถึงใช้ในซีเกมส์ เพราะเรามีคณะกรรมการคัดเลือกทีมชาติ และฝ่ายพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศของสมาคมฯ เราทราบว่าประเทศไทย ต้องเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ปีนี้ หลายประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่งนักกีฬาระดับโลกมาแข่งขัน ทุกคนจะเห็นรายชื่อว่ามีแต่ระดับโลก ทำให้เราจำเป็นต้องส่งนักกีฬาที่ดีที่สุดลงแข่งขัน เช่นเดียวกัน เป็นที่มาที่ไปว่าทำไมเราต้องเลือก 20 รายชื่อที่ลงแข่งขันซีเกมส์ ซึ่งแฟนๆก็รู้สึกยินดีที่ระดับโลกลงซีเกมส์”
นายอุดมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ถามว่าเราละเลยหรือเปล่า อยากชี้แจงว่า มิกซ์ กับ หว่าหวา ยื่นหนังสือมาที่สมาคมฯ ซึ่งสมาคมก็แจ้งกับการกีฬากีฬาแห่งประเทศไทย แล้วว่าทำไม น้องไม่ติดทีมชาติ ซึ่งก็ได้มีการเจรจาเยียวยาน้องไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว แต่เงื่อนไขในการเจรจาเยียวยา ยังไม่บรรลุข้อตกลง น้องก็กลับมาบอกว่า น้องยังไม่อยากรับข้อเสนอที่สมาคมฯเสนอ ส่วนการที่น้องบอกว่า สมาคมฯขู่จะฟ้อง หรือให้น้องไปฟ้อง เกิดจากการที่เราเจรต่อรองกันไม่บรรลุ ซึ่งน้องจะให้ทนาย ยื่นโนติส จริงๆแล้วสมาคมพร้อมจะเจรจา เยียวยากับน้องที่ไม่ได้เล่นซีเกมส์
“ช่วงนี้มีข่าวทำให้ สมาคมเกิดความเสียหาย จริงๆแล้วเกิดจากความสื่อสารไม่ถูกต้อง จริงๆ แล้ว สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ เป็นสมาคมที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เราดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน เพียงแต่ว่า ทุกคนไม่มีใครได้ ร้อย หรือ ได้ ศูนย์ เป็นเรื่อง ที่ต้องคุยกันหาทางออก ซึ่งในกรณี น้องทั้งสอง สมาคมไม่ได้นิ่งดูดาย ไม่ได้ทอดทิ้ง แต่สมาคม ต้องดูแลนักกีฬาหลายคน ซึ่งอาจจะได้มากน้อยไม่เท่ากัน ตามที่สมาคมฯ จะสามารถดูแลได้”
นาย อุดมศักดิ์ ชี้แจงเรื่องเบี้ยเเลี้ยงนักกีฬาที่ถูกตัดด้วยว่า อยากชี้แจงในเรื่องด้วย เพราะทำให้สมาคมฯ เสียหาย เกิดเป็นข้อสงสัยว่า สมาคมฯ อมเงินนักกีฬาหรือเปล่า ซึ่งอยากยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอมเงินนักกีฬา เงินมาเท่าไหร่ สมาคมฯให้นักกีฬาเท่านั้นทุกบาท ถามว่าแล้วทำไมได้ 6,000 บาท ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่โดนโจมตีว่าหักเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา จริงๆแล้วไม่มีใครอยากหัก แต่การที่จะจ่ายเบี้ยเลี้ยงนั้นมีข้อกำหนดว่าจะต้องมาทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งที่ผ่านมา กกท. ก็อะลุ่มอล่วยให้เต็มที่แล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่ กกท. ก็มีกฎระเบียบหากไปฝ่าฝืน กกท. ก็จะผิดอีก อย่างไรก็ตามในอนาคตเราจะพยายามหาจุดร่วม แก้ไขให้ได้เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
“เรื่องพูดคุยและปรับความเข้าใจกับนักกีฬาตอนนี้น่าจะต้องมีคณะกรรมการที่จะเข้ามาตรวจสอบสมาคมฯก่อน ซึ่งสมาคมฯรู้สึกสบายใจมาก ที่จะได้รับการตรวจสอบถึงความโปร่งใส หรือบริหารงานแล้วผิดพลาดหรือไม่ ในส่วนเรื่องเตรียมทีมซีเกมส์ นักกีฬาที่จะถอนก็รับปากว่าจะลงเล่นแล้ว เรื่องการฝึกซ้อมก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะนักกีใาก็พร้อมจะเล่นเพื่อประเทศไทย อยู่แล้ว”
ด้าน นายธนัช อัศวนภากาศ กรรมการและประชาสัมพันธ์ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเสริมว่า ในเคส “มิกซ์” และ “หว่าหวา” ที่ร้องเรียนสมาคมฯมา สมาคมฯก็ทำถูกต้องตามขั้นตอน เรียกน้องทั้งสองมาเพื่อเจรจา แต่ระหว่างเจรจา น้องก็ยื่นข้อเสนอมา ขอให้เยียวยา แต่มันเป็นข้อเสนอที่สูงเกินไป เราไม่ไหว น้องก็ลดลงมา ซึ่งเราก็ยังบอกว่ายังไม่ไหว จากนั้นน้องก็บอกว่าถ้าไม่ได้ตามที่เสนอตามนี้ น้องจะยื่นโนติสผ่านทนาย ซึ่งเราก็บอกว่าอย่าเลย เราเป็นเหมือนครอบครัวแบดมินตัน แต่น้องก็ยื่นยันว่าจะยื่น ทำให้เราขอให้น้องชาลเลนจ์ พิสูจน์ตัวเอง ในการแข่งขันรายการหนึ่ง หากสามารถเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมได้ สมาคมฯยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งน้องก็ขอกลับไปปรึกษาผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรมา กลายเป็นว่าไปยื่นโนติสมา”