“เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” หรือที่หลายคนอาจคุ้นเคยในชื่อค่ายเดิม “ส.เชาวลิต” แชมป์มวยรอบปูนเสือตัวที่ 12 ของช่อง 7 สี สมัยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เป็นดาวเด่นที่แฟนหมัดมวยรู้จักกันดี หลังเข้าไปรับใช้กองทัพอยู่นับปี ก็หวนกลับมาสู่วงการมวยอาชีพอีกครั้ง และหันมาใช้สีเสื้อ “แฟร์เท็กซ์” โลดแล่นอยู่ตามเวทีมวยอินเตอร์ซึ่งอนาคตกำลังไปได้สวยทีเดียว
ชีวิตของ “เสมาเพชร” นักชกหนุ่มชาวเชียงราย อาจไม่ได้แตกต่างจากนักมวยไทยคนอื่นซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากลำบาก พ่อแม่ของเสมาเพชรมีอาชีพรับจ้างและเก็บของเก่าขาย ภายหลังเมื่อกำพร้าพ่อเขาก็อาศัยอยู่กับแม่และน้อง หารายได้ด้วยการขายไข่ปิ้งที่หาดเชียงราย จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านเห็นหน่วยก้านความเป็นนักสู้ จึงชักชวนให้เข้าสู่วงการผืนผ้าใบในวัย 11 ปี
เสมาเพชรได้รับการฝึกฝนวิชามวยไทย และได้ขึ้นชกครั้งแรกบนเวทีเล็กๆ ในงานวัดที่บ้านเกิด ผลการชกครั้งนั้น “เสมอ” ไม่สำคัญเท่าค่าตัว 500 บาท ซึ่งในวันนั้นมันมีมูลค่ามหาศาล จนทำให้เขาตระหนักได้ว่านี่คือหนทางสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับครอบครัว
ทุกครั้งที่ขึ้นสังเวียน เสมาเพชรรู้ดีว่าเขาแบกความคาดหวังของหลายคน แต่เส้นทางของนักสู้ไม่เคยมีใครที่ไม่รู้จักคำว่า “พ่ายแพ้” หลังผ่านชัยชนะติดต่อกันถึง 12 ครั้ง เสมาเพชรก็ได้ลิ้มรสชาติของความผิดหวังซึ่งเป็นบทเรียนแห่งความเจ็บปวดในชีวิตนักสู้
“ตอนยังเด็ก ผมรู้แค่มีหนทางเดียวที่จะหาเงินได้ นั่นคือการขึ้นชกบนเวทีชกมวย ถามว่ามันคุ้มไหมที่เราเอาร่างกายมาทรมานกับความเจ็บปวด สำหรับผมอาชีพนักมวยช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ครอบครัว นักรบย่อมมีบาดแผล ผมเป็นนักมวยจึงต้องอดทน”
ด้วยฝีมือบวกกับการฝึกซ้อมอย่างหนัก สามปีให้หลัง “เสมาเพชร” ก้าวขึ้นสู่เวทีมาตรฐานของประเทศไทย ก่อนจะได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอก 7 สี คว้าแชมป์มวยรอบปูนเสือตัวที่ 12 มาครองในวัย 17 ปี ด้วยจุดเด่นเป็นมวยซ้าย เตะซ้าย ศอกซ้าย ออกอาวุธแรงทุกลูก เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนหมัดมวยอย่างมากในช่วงเวลานั้น และรายได้จากการชกมวยนี่เองที่ทำให้เขาสามารถส่งเสียตัวเองเรียนจนจบ ม.6 ได้
เสมาเพชรเข้าไปรับใช้กองทัพด้วยการเป็นทหารอยู่ราว 2 ปี และสร้างผลงานเด่นเป็นแชมป์มวยสมัครเล่นรุ่น 63 กก. เมื่อปี 2560 ก่อนจะหวนกลับเข้าสู่วงการมวยอาชีพภายใต้สีเสื้อ “แฟร์เท็กซ์” ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญและนำมาสู่จุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ของชีวิต เมื่อต้นสังกัดส่งเสมาเพชรไปโลดแล่นบนสังเวียนอินเตอร์ จนล่าสุดได้เข้าร่วมเป็นนักกีฬาภายใต้องค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลก “วัน แชมเปี้ยนชิพ” ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของนักสู้เกือบทุกคนรวมทั้งตัวเขาเอง
“เมื่อผมได้ยึดอาชีพนักมวย ผมมีความรักในอาชีพนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมลืมตาอ้าปาก ทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่สุขสบายขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ผมจะขาดไม่ได้ในชีวิต”
ที่ผ่านมาบนสังเวียน “วัน แชมเปี้ยนชิพ” เสมาเพชรเก็บแต้มกำชัยชนะได้ทั้งสองครั้ง ในไฟต์หน้าวันที่ 12 เมษายนนี้ เสมาเพชร จะขึ้นสังเวียนระดับโลกอีกครั้งในศึก ONE: ROOTS OF HONOR ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยพบกับคู่ต่อสู้ชาวเซอร์เบีย “ออนเจ็น ท็อปปิค” แชมป์โลกมวยไทยรายการไลอ้อนไฟท์ ซึ่งแฟนๆ สามารถรับชมไฟต์นี้ได้ทางแอพพลิเคชั่น ONE Super App ตั้งแต่เวลา 17.00 น.