อาร์เซนอลกำราบแอตเลติโก มาดริด แบบอยู่หมัด รัวยิงครึ่งหลังชนะแบบขาดลอย ด้านแชมป์เก่าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังชนะรวดในรอบลีกศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบลีก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล จากอังกฤษ เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ตราหมี”แอตเลติโก มาดริด จากสเปน

เริ่มเกมมาได้ 5 นาที อาร์เซนอลเกือบขึ้นนำ วิกตอร์ เยอเคเรส ไหลบอลให้ เอเบเรชี เอเซ เลี้ยงหาช่องแล้วยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ บอลแฉลบขาผู้เล่นแอตฯ มาดริดแล้วลอยข้ามหัวนายทวารไปชนคาน

นาที 36 บูคาโย ซากา สบโอกาสบุกเข้าทางด้านขวาของเขตโทษ จากนั้นโยกหาช่องแล้วเปิดบอลยัดไปเสาสองให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี เข้าฮอร์สไม่มีเหลือ แต่มาร์ติเนลลีล้ำหน้าเสียก่อน อาร์เซนอลจึงยังไม่ได้ประตู จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังนาที 49 ดาวิด ฮานส์โก เติมเกมขึ้นมารับบอลจากเพื่อนแล้วจ่ายต่อให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ พลิกตัวยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ บอลไปขนคานเต็มๆ แอตฯ มาดริดจึงพลาดโอกาสออกนำ

นาที 57 อาร์เซนอลได้ฟรีคิกระยะไกลทางด้านซ้าย เดแคลน ไรซ์ เปิดโค้งไปหน้าประตูให้ กาเบรียล มากัลเญส โฉบมาโขกระยะเผาขนเข้าประตูไป เจ้าบ้านออกนำ 1-0

นาที 64 ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี ได้บอลบริเวณกลางสนามแล้วพาลุยขึ้นมาอย่างดุดัน ก่อนไหลไปทางด้านซ้ายของเขตโทษให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี แปเสียบเสาสองอย่างเฉียบคม อาร์เซนอลทิ้งห่าง 2-0

นาที 67 กาเบรียล มาร์ติเนลลี เปิดบอลเข้ากลางให้ เอเบเรชี เอเซ กระโดดวอลเลย์ติดบล็อกกองหลัง ลูกเด้งมาเข้าเท้า วิกตอร์ เยอเคเรส ยิงอีกทีบอลแฉลบขากองหลังแล้วไหลเข้าประตูไป อาร์เซนอลทิ้งห่าง 3-0

นาที 70 อาร์เซนอลได้ลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เดแคลน ไรซ์ เปิดไปเสาสองให้ กาเบรียล มากัลเญส โขกชงมาบริเวณหน้าประตู วิกตอร์ เยอเคเรส จึงปราดเข้าใช้ต้นขากระแทกบอลเข้าประตูไป จบเกม “ปืนใหญ่” ชนะขาดลอย 4-0 พร้อมรักษาสถิติชนะรวด 3 นัด

(REUTERS/Thilo Schmuelgen)

ทางด้าน “ห้างขายยา”ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จากเยอรมนี แพ้คาบ้านต่อแชมป์เก่าปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส 2-7 ทำให้เปแอสเชเป็นอีกทีมที่ชนะรวด 3 นัด

เจ้าบ้านได้ประตูจาก อเล็กซ์ การ์เซีย นาที 38 (จุดโทษ) และ 54 ส่วนทีมเยือนได้จาก วิลเลียม ปาโช นาท 7, เดซิเร ดูเอ นาที 41 และ 45+3, ควิชา ควารัตสเคเลีย นาที 44, นูโน เมนเดส นาที 50, อุสมาน เดมเบเล นาที 66, วิตินญา นาที 90

แมตช์นี้ทั้งคู่ต่างเหลือผู้เล่น 10 คน โรเบิร์ต อันดริช ของเลเวอร์คูเซน โดนใบแดงนาที 31 ขณะที่ อิลิยา ซาบาร์นี ของเปแอสเช โดนใบแดงนาที 37 นอกจากนี้ เจ้าบ้านพลาดโอกาสจากจุดโทษ อเล็กซ์ กริมาลโด ยิงไม่เข้านาที 25

ผลคู่อื่น บาร์เซโลนา (สเปน) ชนะ โอลิมเปียกอส (กรีซ) 6-1, ไครัต อัลมาตี (คาซัคสถาน) เสมอ ปาฟอส (ไซปรัส) 0-0, เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) แพ้ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (เยอรมนี) 2-4

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (อังกฤษ) ชนะ เบนฟิกา (โปรตุเกส) 3-0, พีเอสวี (เนเธอร์แลนด์) ชนะ นาโปลี (อิตาลี) 6-2, อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (เบลเยียม) แพ้ อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) 0-4, บียาร์เรอัล (สเปน) แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) 0-2

อันดับบนตารางคะแนน

กลุ่มโควต้าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

1. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (3 นัด – 9 คะแนน), 2. อินเตอร์ มิลาน (3 นัด – 9 คะแนน), 3. อาร์เซนอล (3 นัด – 9 คะแนน), 4. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (3 นัด – 7 คะแนน)

5.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (3 นัด – 7 คะแนน), 6. บาเยิร์น มิวนิก (2 นัด – 6 คะแนน), 7. นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (3 นัด – 6 คะแนน), 8. เรอัล มาดริด (2 นัด – 6 คะแนน)

กลุ่มโควต้าเข้ารอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

9. บาร์เซโลนา (3 นัด – 6 คะแนน), 10. การาบัก (2 นัด – 6 คะแนน), 11. พีเอสวี (3 นัด – 4 คะแนน), 12. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (2 นัด – 4 คะแนน)

13. โอลิมปิก มาร์กเซย (2 นัด – 3 คะแนน), 14. คลับ บรูช (2 นัด – 3 คะแนน), 15. สปอร์ติง ลิสบอน (2 นัด – 3 คะแนน), 16. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (2 นัด – 3 คะแนน)

17. ลิเวอร์พูล (2 นัด – 3 คะแนน), 18. แอตเลติโก มาดริด (3 นัด – 3 คะแนน), 19. เชลซี (2 นัด – 3 คะแนน), 20. กาลาตาซาราย (2 นัด – 3 คะแนน)

21. อตาลันตา (2 นัด – 3 คะแนน), 22. นาโปลี (3 นัด – 3 คะแนน), 23. อูนิยง แซงต์. ชิลลัวส์ (3 นัด – 3 คะแนน), 24. ยูเวนตุส (2 นัด – 2 คะแนน)

กลุ่มตกรอบ

25. โบโด/กลิมต์ (2 นัด – 2 คะแนน), 26. ปาฟอส (3 นัด – 2 คะแนน), 27. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (3 นัด – 2 คะแนน), 28. โมนาโก (2 นัด – 1 คะแนน), 29. สลาเวีย ปราก (2 นัด – 1 คะแนน), 30. บียาร์เรอัล (3 นัด – 1 คะแนน)

31. เอฟซี โคเปนเฮเกน (3 นัด – 1 คะแนน), 32. โอลิมเปียกอส (3 นัด – 1 คะแนน), 33. ไครัต อัลมาตี (3 นัด – 1 คะแนน), 34. เบนฟิกา (3 นัด – 0 คะแนน), 35. แอธเลติก บิลเบา (2 นัด – 0 คะแนน), 36. อาแจ็กซ์ (2 นัด – 0 คะแนน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน