กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยันพร้อมตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์ ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ ย้ำจุดยืนใช้ดิจิทัลทุกงานบริการ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แสดงความแปลกใจผลสำรวจชี้กรมฯ เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ แม้บริการจดทะเบียน-ยื่นงบการเงินผ่านระบบดิจิทัลครบ 100% แล้ว ยันพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง “ผิดว่าผิด ถูกว่าถูก” พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศยึดหลักโปร่งใส

วันที่ 16 พ.ค. 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ ซึ่งตระหนักว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

โดยกรมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมฯ มีความเข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และมีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน

อย่างไรก็ดี กรมฯ จะรีบดำเนินการตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการของกรมฯ รวมทั้งนำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ

จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน” ซึ่งมีการระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลการสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ

ขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น *การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist *การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL *การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing *การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business

*การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น ซึ่งทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว

โดยกรมฯ ได้มีการทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยตลอด เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการ/การให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารที่เป็นเอกภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

รวมทั้งสร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้ทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อันเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน

อีกทั้งได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด

แต่เมื่อผลสำรวจฯ ออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมเดินหน้าตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ดังกล่าว โดยจะปฏิบัติบนหลักสัจธรรมและความถูกต้องที่ว่า ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ โดยไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำความผิด ก็พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะมีการเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้าให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน

นายพูนพงษ์ กล่าวว่ากรมฯ เห็นด้วยและขอชื่นชมกับการที่ภาคเอกชนกล้าแสดงออกและเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ

รวมทั้ง การต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศและเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเชื่อว่าเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใสตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน

แต่ทั้งนี้ มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงของเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาและไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม

โดยภาคธุรกิจและประชาชนหากพบเห็นเจ้าหน้าที่กรมฯ เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และ Call Center 1570 กรมฯ ขอขอบคุณทุกข้อร้องเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความโปร่งใส และยกระดับภาครัฐให้เป็นที่พึ่งแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน