ขอนแก่น ชูศักยภาพจังหวัด ผ่าน 3M Model การแพทย์-อุตฯไมซ์-ผ้ามัดหมี่ พัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่
ศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเวนต์เชิงธุรกิจ (CEMBEI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคธุรกิจ การศึกษา และชุมชน ต่อยอดศักยภาพของเมืองสู่ “3M Model” กรอบการพัฒนาที่เชื่อม 3 ศักยภาพสำคัญของพื้นที่ ได้แก่ Medical-MICE-Mudmee หรือ 3M เข้ากับองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย งานวิจัย ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสุขภาวะบนฐานอัตลักษณ์ของขอนแก่น
แนวคิดดังกล่าวนำเสนอผ่าน SILK NEXT 2026 ภายใต้แนวคิด “The Future of Healthy, Creative and Living Heritage City” ให้เป็นมากกว่างานกิจกรรมหรือเทศกาล แต่เป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และเปิดโอกาสให้งานวิจัยและองค์ความรู้ถูกนำไปต่อยอดกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ ชุมชน และการพัฒนาเมือง
3M Model เป็นความพยายามในการจัดระบบองค์ความรู้ และประสบการณ์จากงานวิจัย และการทำงานร่วมกับเครือข่าย ให้เชื่อมโยงกับทุนและศักยภาพที่เมืองมีอยู่ และต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ

ผศ.ดร.ดลฤทัย โกวรรธนะกุล ผู้อำนวยการศูนย์ CEMBEI คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ม.ขอนแก่น กล่าวว่า หัวใจของ 3M Model คือการเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับศักยภาพของเมือง และสร้างพื้นที่ให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ ชุมชน และเครือข่ายการพัฒนาเมือง สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดร่วมกัน
“เราไม่ได้มองงานวิจัยเป็นเพียงองค์ความรู้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่ต้องการเชื่อมองค์ความรู้นั้นกับทุนที่เมืองมีอยู่ ทั้งด้านสุขภาวะ อุตสาหกรรมไมซ์ ทุนทางวัฒนธรรม และศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ทดลอง และต่อยอดไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่”
แนวคิดนี้ทำให้ 3M ไม่ได้เป็นเพียงการนำ Medical, MICE และ Mudmee มาวางไว้ร่วมกัน แต่เป็นกลไกเชื่อมองค์ความรู้-ผู้คน-ธุรกิจ-วัฒนธรรม-ตลาด-เมือง เข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Destination Value Creation
3M ทุนสำคัญของขอนแก่น ประกอบด้วย 1.Medical- Healthy City เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และการพัฒนาเมือง เพื่อสนับสนุนแนวคิดเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของประชาชน
2.MICE- Business & Visitor Economy ใช้ศักยภาพของอุตสาหกรรมการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า เป็นกลไกเชื่อมผู้คน ธุรกิจ องค์ความรู้ และเครือข่าย สร้างกิจกรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมือง
และ 3.Mudmee- Cultural & Creative Economy ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของผ้าไหมมัดหมี่ผ่านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ เพื่อยกระดับมัดหมี่จาก “งานหัตถกรรม” สู่ Living Heritage ที่สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการและชุมชน

3M Model ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างโมเดลขึ้นมาใหม่โดยไม่มีฐาน แต่เป็นการต่อยอดจากพัฒนาการของเมืองในช่วงกว่าทศวรรษ ในปี 2556 ขอนแก่นได้รับการประกาศเป็น MICE City ของประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจจากการจัดงานของเมือง ขณะที่ในปี 2561 ขอนแก่นได้รับการรับรองเป็น World Craft City for Ikat (Mudmee) จาก World Crafts Council สะท้อนความโดดเด่นของทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไหมมัดหมี่
ต่อมาในปี 2567 มีการต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthy City และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในปี 2568 มีการขยายองค์ความรู้ไปสู่ Living Heritage Tourism, Festival Economy และ Silk Economy ก่อนจะนำองค์ความรู้เหล่านี้มาบูรณาการเป็นกรอบ Medical (Healthy City)-MICE-Mudmee หรือ 3M ในปี 2569 และนำเสนอผ่าน SILK NEXT 2026
สำหรับม.ขอนแก่น และ CEMBEI บทบาทสำคัญคือการทำหน้าที่เป็นหนึ่งในกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยน การทดลองใช้ และการต่อยอดองค์ความรู้ในบริบทจริงของพื้นที่
SILK NEXT 2026 จึงเป็นอีกก้าวของกระบวนการดังกล่าว และเป็นพื้นที่สำหรับต่อยอด 3M Model จากองค์ความรู้และเครือข่ายที่มีอยู่ ไปสู่ความร่วมมือและการสร้างคุณค่าร่วมด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสุขภาวะของเมืองอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป