ศุภจี ปลื้มราคาสินค้าเกษตรขยับดีขึ้น นัดถก พลังงาน-อุตฯ-สมาคมยานยนต์ หนุนใช้ E20-B20 มั่นใจ สินค้าไม่ขาดแคลน ช่วงเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแผนของกระทรวงพาณิชย์ ในการทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีอย่างต่อเนื่องว่า ราคาสินค้าเกษตรในแต่ละตัวที่ดีขึ้น ไม่ใช่ดีด้วยตัวเอง แต่มาจากการทำงานในช่วงที่ผ่านมาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการกลไกทั้งหมดตั้งแต่ต้นทาง
โดยกระทรวงเกษตรฯ ดูแลควบคุมคุณภาพ การคัดแยกเก็บส่ง การหาตลาดส่งออกเพิ่มเติม จึงทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยเติบโตทุกตัว เช่น ข้าว มีราคาสูง และจะทำให้คงราคานี้ต่อไปตลอดระยะเก็บเกี่ยวข้าวนาปีที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว และเมื่อราคาสูงอาจทำให้ส่งออกยาก จึงต้องดูทั้งหมดในระบบห่วงโซ่ ทั้งเกษตรกร ผู้ค้า ผู้บริโภค และตลาดส่งออกให้ทุกคนได้ประโยชน์ทั้งหมด
ขณะที่ราคายางพารา มีราคาดีที่สุดในรอบ 10 จากการส่งออกสินค้าที่ทำจากผลิตภัณฑ์ยาง โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่ที่รับซื้อจำนวนมาก รวมทั้งตลาดจีนและประเทศอื่นที่นำยางสดและแปรรูปไปใช้ ดังนั้น เมื่อเรานำสินค้าไทยไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ก็ทำให้ราคาสูงขึ้น
สำหรับสินค้าเกษตรอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน ปาล์มทะลายอ้อย มันสำปะหลัง ที่ได้รับการลดภาษีสรรพสามิต จากการนำมาช่วยสนับสนุนพลังงานชีวภาพในการผลิตไบโอดีเซลหรือแก๊สโซฮอล์ ทำให้มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีราคาที่สูงขึ้น และจะต้องทำให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น รวมถึงดูแลเรื่องความชื้นให้เป็นไปตามที่กำหนด
ย้ำว่าราคาสินค้าเกษตรจะให้ยั่งยืน ดูเฉพาะปลายทางไม่ได้ ต้องดูไปทั้งระบบถึงต้นทาง และต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรฯด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวน้ำมัน E20 และ B20 ทำให้ราคาดีขึ้นหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีผลบ้าง โดยสัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงสมาคมยานต์ และจักรยานยนต์ มาหารือ ในเรื่องการใช้ E20 จะใช้อ้อย มาทำเป็นเอทานอล
และการใช้น้ำมัน B20 ที่ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวของกับการกลั่นน้ำมันหารือเตรียมความพร้อม เพื่อแจ้งเกษตรกรให้ทราบราคารับซื้อและปริมาณที่ต้องใช้ เพื่อให้นำไปวางแผนได้ชัดเจนในระยะยาวต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลในการดูแลเรื่องเชื้อเพลิงชีวภาพ
นอกจากนั้น การหารือสมาคมยานยนต์และจักรยานยนต์มาพูดคุยร่วมกัน เนื่องจากประชาชนยังมีความกังวลว่าผลิตภัณฑ์ประเภทไหนใช้กับยานยนต์ประเภทใด และจะมีแผนเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานชีวภาพให้มากขึ้นได้อย่างไร จากนั้นจะชี้แจงรายละเอียดการหารือให้ประชาชนรับทราบต่อไป
เมื่อถามกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ ให้เตรียมสินค้า สำหรับรองรับเหตุฉุกเฉินได้ 72 ชั่วโมง นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะดูไม่ให้สินค้าขาดแคลน เช่น เหตุน้ำท่วมที่ผ่านมา พาณิชย์จังหวัดจะอยู่หน่วยหน้าในพื้นที่ที่มีผลกระทบน้ำท่วม ร่วมกับมหาดไทยและปภ.
ขณะที่ตนจะดูซัพพลายเชน อุปทาน การบริหารการจัดส่งสินค้าของห้างค้าปลีกค้าส่ง ศูนย์กระจายสินค้า ต้องเก็บสต็อกให้พอเพียง สำหรับขนส่งไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างพอเพียง และเพิ่มรอบเพิ่มคน จัดการระบบเมื่อมีภัยพิบัติ ซึ่งจากการทำงานที่ใกล้ชิดกัน มั่นใจว่าเรื่องการกระจายสินค้า การค้าปลีกค้าส่ง จะไม่ขาดแคลน
ส่วนระบบบริหารจัดการผลิต เช่น ลงไปดูบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีปัญหาอะไรหรือไม่ รวมถึงหารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องภาษี ในกรณีที่ต้องซื้อเครื่องจักรมาทดแทนช่วงน้ำท่วม ทั้งหมดเรามีความพร้อมในช่วงฉุกเฉิน