บิ๊กป้อม ถก กพต.ชู 5 โครงการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม จว.ชายแดนใต้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันที่ 31 มี.ค.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 2/2565 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้บริหารของ ศอ.บต. และคณะกรรมการ กพต. เข้าร่วมประชุม

พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบทั้งสิ้น 5 เรื่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ได้รายงานข้อสั่งการของประธาน กพต.เกี่ยวกับการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ซึ่งทุกส่วนราชการได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งหมด อาทิ ส่งไปทำงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง รวม 4,988 คน ฝึกอบรมทักษะอาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่รวม 5,988 คน สร้างอาชีพทางเลือกอื่น ๆ รวม 5,703 คน และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานภาคเกษตรประเภทสวนปาล์มในมาเลเซีย นำร่องจำนวน 700 คน ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย และ ศอ.บต. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมบริหารจัดการแรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ในพื้นที่ จชต. ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาและมีความเห็นพ้องร่วมกันว่าโรคระบาดชนิดนี้จะเป็นโรคประจำถิ่นต่อไปในอนาคต โดยแนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือ การใช้ปุ๋ยเพื่อให้ต้นยางมีความแข็งแรง การปรับปรุงสวนยางให้มีความโปร่ง อากาศถ่ายเท และการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชาชนจากการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่ที่เคยระบาดสูงสุดในเดือนมกราคม 2565 จำนวน 850,000 ไร่ ลดลงเหลือ 150,000 ไร่ ในเดือนมีนาคม 2565 สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป ได้เตรียมปรับแผนการดำเนินงานเพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และดำเนินโครงการ 1 อำเภอ 1 ตำบล นำร่องแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา รวม 44 แห่ง โดยตั้งเป้าว่าในฤดูฝนที่จะถึงนี้ พื้นที่เกิดโรคจากเดิมซึ่งเคยระบาดกว่า 800,000 ไร่ จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เรื่องเพื่อพิจารณาที่ ศอ.บต. นำเสนอขออนุมัติหลักการโครงการสำคัญ ๆ ประกอบด้วยโครงการเสริมสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนา เพื่อสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2565 – 2570 เพื่อฟื้นฟูและทำนุบำรุงความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการส่งเสริมกิจการทางศาสนาที่เกี่ยวข้องของทุกศาสนา เน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงหลักการทางศาสนาและนำหลักการทางศาสนาไปสู่การดำเนินชีวิตที่ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์ อุโมงค์ใหญ่ “ต้าสวุ่ยต้อ” ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อสร้างพื้นที่การท่องเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเมืองแห่งการพึ่งพาตนเองทั้งด้านการท่องเที่ยว อาหาร และเป็นโครงการสำคัญที่จูงใจนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนที่จะเดินทางเข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อนและนำไปสู่การท่องเที่ยวในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ – ด่านบูกิตกายูฮิตัม ของมาเลเซียเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวกระหว่างด่านพรมแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และปฏิบัติธรรม ณ สังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย – เนปาล เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และปฏิบัติธรรมและศึกษาแหล่งสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ณ ประเทศอินเดีย – เนปาล ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และโครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายและชุมชนเมือง เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยจ้างบัณฑิตอาสาฯ เพิ่มอีกจำนวน 339 คน ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกหมู่บ้าน และเขตชุมชนเมือง ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านที่ยังขาดอยู่จำนวน 137 คน และชุมชนเมืองจำนวน 202 คน ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตอาสาฯ รวมทั้งสิ้น 2,458 คน

พล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำให้ กพต. และส่วนราชการรับทราบว่า มติที่ประชุมของ กพต. มีความสำคัญและจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ เพราะเป็นเรื่องที่สนองตอบต่อปัญหาและความจำเป็นของประชาชนเป็นเรื่องที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตาม โครงการที่เป็นไป เพื่อขับเคลื่อนมติ กพต. ไปสู่การปฏิบัติ อาทิ งานปศุสัตว์ เศรษฐกิจฐานราก การท่องเที่ยว การกีฬา เป็นต้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงโครงการที่ กพต. มีมติในวันนี้ ก็ต้องจัดหางบประมาณ เพื่อดำเนินการโดยเร็ว ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะประสานสำนักงบประมาณเพื่อจัดหางบประมาณในปี พ.ศ. 2565 ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ. 2566 และปีต่อไป ทั้งนี้ หากติดขัดประการใด ศอ.บต. จะเร่งนัดหารือเป็นการเร่งด่วน เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการเชิงรุกที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยสร้างการมีส่วนร่วมผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และภาคประชาสังคม นำข้อเสนอเหล่านั้น ไปหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติและนำเสนอ กพต. ในการประชุมครั้งต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน