บิ๊กป้อม ลุย 3 จว.ภาคเหนือตอนล่าง เร่งช่วยชาวบ้าน เรื่องที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ
วันนี้ (4 เม.ย.65) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และพิจิตร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาบึงสีไฟ จ.พิจิตร การดำเนินการโครงการบางระกำโมเดลปี 2565 สั่งการหน่วยงานเตรียมความพร้อมพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นทุ่งรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำยม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมชี้แจงรายละเอียดผลการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง–ปากนาย และการทำพิธีมอบสมุดประจำตัวให้ประชาชนที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม จ.อุตรดิตถ์
พลเอก ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะความเสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมอบหมาย สทนช.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตาม 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ตามมติ ครม. อย่างเคร่งครัด รวมถึงเร่งรัดโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟและโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จตามแผน อาทิ กรมเจ้าท่า จัดทำแผนการขนย้ายมูลดินเพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ กรมชลประทานสำรวจและศึกษาให้บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตร พร้อมมอบจังหวัดพิจิตร กำกับ ติดตาม งานปรับภูมิทัศน์และจัดโซนพื้นที่ใช้ประโยชน์รอบบึงสีไฟให้แล้วเสร็จตามแผน กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟให้สอดคล้องกับระบบนิเวศตามที่ออกแบบไว้ โดยรักษาความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ รวมทั้งให้กรมชลประทาน เร่งออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จ โดยให้ สทนช. ติดตามและรายงานผลความก้าวหน้าให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ทราบด้วย ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรับมือน้ำหลากโดยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำ และอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งเป็น 1 ใน 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ตามที่ กนช. เห็นชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี โดยมอบให้กรมชลประทานและกรมทางหลวงชนบท จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการบางระกำโมเดลในการหน่วงน้ำให้ได้มากขึ้นและดำเนินการปรับปรุงยกระดับถนน คันคลอง และปรับปรุงอาคารชลประทานในพื้นที่โครงการ รวมถึงมอบให้กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งจัดทำแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ใน จ.พิษณุโลก เพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง เช่น อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำวังทอง และแม่น้ำชมพู รวมทั้งมอบให้กรมชลประทาน พิจารณาทำแผนพัฒนาโครงการในลุ่มน้ำยม โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อเก็บกักน้ำเป็นแบบขั้นบันไดและการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำด้วย
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง – ปากนาย และเดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลท่าแฝก ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และมอบหมายให้ทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่น ให้ความสําคัญ และเร่งดําเนินการ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนรวมถึง การนําแนวทางสหกรณ์มาใช้ใน การบริหารจัดการ ในพื้นที่ คทช. ให้ต่อเนื่อง และเกิดผลเป็นรูปธรรม