บิ๊กป้อม เข้มกำชับทุกหน่วย ร่วมใช้แผนปฏิบัติการปราบค้ามนุษย์ ดันไทยขึ้นเทียร์ 2 ปีนี้

วันที่ 11 พ.ค.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และ การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ศ. 2565 รวมทั้งแถลงผล การดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.รง. นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนราชการได้ผนึกกำลังเพื่อผลักดันให้ผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยก้าวหน้าเป็นที่ประจักษ์ โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ศ. 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกขั้นตอนของกลไกการส่งต่อระดับชาติ แนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการคดี และการกำกับและติดตามแผนปฏิบัติการฯ รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นกรอบแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM นับว่าประเทศไทยเป็นต้นแบบในภูมิภาคอาเซียน

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน ปคม. ได้แถลงผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาล โดยในปี 2564 รัฐบาลไทยได้ใช้ความพยายามสืบสวนปราบปรามทางสื่อออนไลน์ และสกัดจับการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมทั้งการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ทำให้มีผลการจับกุมคดีค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้นจากปี 2563 จาก 133 คดี เพิ่มขึ้นเป็น 188 คดี และในช่วง เม.ย. 64 – มี.ค.65 ได้ขับเคลื่อนการทำงานตามข้อเสนอแนะในรายงานทิพรีพอร์ต (2021 US TIP Report) จนสำเร็จครบทั้ง 15 ข้อ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ริเริ่มโครงการสำคัญ (Flagship Project) อีก 4 โครงการ ได้แก่ (1) จัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วย กลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ศ. 2565 (2) จัดตั้งศูนย์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ระดับประเทศ (3) จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ และ (4) ออกมาตรการเชิงรุกด้านการป้องกันเด็กจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยระดับสากลอย่างยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวสรุปเน้นย้ำให้มีการทำงานร่วมกับองค์กร NGOs องค์กรภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จที่ขับเคลื่อนงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิดซึ่งทุกหน่วยต้องปรับรูปแบบการทำงานวิถีใหม่ โดยย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป และขอบคุณผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงานที่ทุ่มเททำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม NGOs ผสานความร่วมมือดำเนินการในกรอบเวลาที่กำหนด หากพิจารณาจากผลงานที่ก้าวหน้าไปมากของรัฐบาล เชื่อมั่นว่าประเทศไทยสมควรได้รับการเลื่อนระดับเข้าสู่ Tier 2 ในปีนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน