พบป่วยรายใหม่5สัมผัสเสี่ยงติด

เผย ‘ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร’ รายใหม่ พบใน ‘ผู้หญิง’ แล้ว 1 คน หลังจากก่อนหน้านี้ พบในกลุ่มชายรักชาย ส่วนใหญ่ติดเอชไอวีร่วม เนื่องจากมีเซ็กซ์กับคนไม่รู้จัก กรมควบคุมโรค แนะ ผู้มีประวัติเสี่ยงสัมผัสและมีเพศสัมพันธ์ผู้ป่วยสงสัย 5 ลักษณะให้สังเกตอาการ หากมีลักษณะบ่งชี้ดังกล่าวให้รีบพบแพทย์ทันที

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดของโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 18 ก.ย. 2566 พบผู้ป่วยรวม 385 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 42 ราย เป็นเพศชาย 41 ราย และเพศหญิง 1 ราย แบ่งเป็นสัญชาติไทย 38 ราย ร้อยละ 90.5 เมียนมา 2 ราย จีน 1 ราย และอิตาลี 1 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ที่พบเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย 29 ราย ร้อยละ 69 ของผู้ป่วยใหม่ทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายรักชาย 33 ราย ไบเซ็กชวล 3 ราย ชายรักหญิง 3 ราย และไม่ระบุ 3 ราย โดยผู้ป่วยใหม่ 17 ราย ร้อยละ 40.5 มีประวัติเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จัก

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีประวัติเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร ได้แก่ 1.มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วย 2.ทำความสะอาดห้องหรือใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ป่วยขณะผู้ป่วยมีอาการ 3.เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยสงสัยหรือผู้ป่วยฝีดาษวานรขณะป่วย 4.พูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ปิด และ 5.นั่งชิดติดกับผู้ป่วยสงสัยหรือผู้ป่วยฝีดาษวานร โดนไอจามรดโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่าหากมีประวัติดังกล่าว ให้สังเกตอาการตนเองภายหลังสัมผัสผู้ป่วยภายใน 21 วัน หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังหู คอ ขาหนีบ หรือมีอาการเจ็บคอ คัดจมูก ไอ มีผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณรอบๆ รวมถึงมีผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองขึ้นตามมือ เท้า หน้าอก ใบหน้า บริเวณปาก หรือ อวัยวะเพศและรอบทวารหนัก เป็นต้น ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา พร้อมกับแยกตัวออกจากสมาชิกในครอบครัว ที่พัก หรือ สถานที่ทำงาน

“ขอย้ำเตือนว่า โรคฝีดาษวานรสามารถป้องกันได้ โดยงดเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จัก ไม่สัมผัสแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่มหรือหนอง แนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และขอให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกจังหวัดร่วมกันเฝ้าระวังติดตามกลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งสื่อสารวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อ”นพ.โสภณกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน