สรุปจากที่ ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศ พูดถึงกรณี 40 อุยกูร์ ว่า ไทยมีแค่ 3 ทางเลือก 1.ไม่ส่งให้ใคร คุมขังต่อไปเรื่อยๆ 2.ส่งไปประเทศที่สาม และ 3.ส่งกลับไปจีน

ทางแรก ง่าย แต่ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง เพราะกักขังโดยไม่มีความผิด ไม่มีกำหนด ผิดกฎหมายไทยและระหว่างประเทศ โหดร้ายต่อชะตากรรมอย่างไร้มนุษยธรรม

ทางที่สอง ฟังดูดีสุด แต่ยากเป็นจริง เพราะไม่มีประเทศไหนมุ่งมั่นอยากรับจริง มีที่เคยแสดงท่าทีแล้วก็เงียบหาย ไม่ได้แน่วแน่ช่วยเหลือจริงจัง แม้แต่สหรัฐ หรือ UNHCR ก็ไม่ให้สถานะผู้ลี้ภัยคนเหล่านี้

บางประเทศห้ามไทย แต่ก็ไม่เสนอทางเลือกอื่นให้ ไม่มีประเทศไหนไปล็อบบี้จีนให้ยอมส่งไปประเทศที่สามได้ มีแต่คำพูดสวยหรู เก่งชี้นิ้วกับประเทศเล็กๆ อย่างไทย

การส่งตัวไปประเทศที่สาม ไทยอาจต้องเผชิญการตอบโต้จากจีน โดยไม่มีประเทศไหนยื่นมือช่วยเหลือ อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อคนไทยจำนวนมากที่ไม่ควรต้องมารับผลด้วย

ทางเลือกสุดท้าย ส่งกลับจีน ฟังดูโหดร้าย แต่จีนมีหนังสือรับรองเป็นทางการต่อความปลอดภัยของคนเหล่านี้ตามที่ไทยขอ ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อ

หนังสือรับรองเป็นทางการ ถือเป็นพันธะต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ทำเท่ากับผิดคำพูด เป็นผลเสียต่อจีนเอง

และโดยที่จีนรับรองความปลอดภัยเป็นทางการ ประเด็นส่งตัวไปสู่สภาวะอันตราย ซึ่งไทยมีกฎหมายห้ามและที่อาจขัดหลัก non-refoulement ตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงหมดไป แต่ก็ฟ้องศาลได้และแล้วแต่ศาลจะตีความ

เมื่อพิจารณาทั้ง 3 ทางเลือก การส่งตัวกลับจีนโดยได้รับการรับรองความปลอดภัยเป็นทางการ จึงเป็นทางเลือกดีที่สุดที่ไทยพอทำได้ อาจไม่ถูกใจหลายคน และเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหาแต่แรก เรื่องนี้เอาแต่พูดสวยหรูโก้ๆ ไม่ได้ เพราะเกี่ยวพันชีวิตปากท้องประชาชนคนไทยเช่นกัน

“ยอมรับว่าจริงๆ มันน่าเศร้าและใจผมไม่ได้อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น แต่นึกไม่ออกว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร” ทูตรัศม์กล่าวปิดจบ

ก็คงต้องสอบถามไปยังนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน เอ็นจีโอ นักการเมือง สส. สว. ผู้ทรงภูมิปัญญา ฯลฯ (บางคน) ใครมีทางเลือกอื่นดีกว่านี้ ช่วยบอกให้สังคมรับรู้

อย่าเอาแต่พูดถึงปัญหา แล้วชี้นำว่าต้องโยนความผิดให้รัฐบาลอย่างเดียว

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน