ออกอากาศให้ชมแล้วทาง TrueID สำหรับซีรีส์ “HOMEROOM 29 ตัวประกัน” ที่ TrueID ร่วมกับ บริษัท จูเวไนล์ จำกัด (JUVE9) นำซีรีส์กระแสแรงของญี่ปุ่น เรื่อง “Mr.Hiiragi’s Homeroom” มาดัดแปลงในเวอร์ชั่นไทย ผลงานการกำกับฯ ของ ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ และ ‘เก้า’ วิรดา คูหาวันต์

นำแสดงโดย ‘มิว’ ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ พลิกบทบาทครั้งสำคัญ รับบท ‘ครูวิณณ์’ ประกบแก๊งนักเรียนตัวจี๊ด ‘เจน’ กุลจิราณัฐ วรรักษา (เรน), เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (นิทาน), ‘มิวสิค’ แพรวา สุธรรมพงษ์ (บีบี), ‘พีเจ’ มหิดล พิบูลสงคราม (ต้นกล้า), ‘พร้อม’ ราชภัทร วรสาร (ฮ่องเต้), ‘มาร์ค’ ศิวัช จำลองกุล (คอปเตอร์), ‘พีค’ ภีมพล พาณิชย์ธำรง (ธาม), ‘เจเจ’ รัชพล พรพินิต (ลีโอ), ‘คิ้ว’ อนงค์นาถ ยูสานนท์ (อาร์ตี้), ‘ชาลี’ ชาลีดา กิลเบิร์ต (ปริม) ฯลฯ
โดยวันนี้ มิว ศุภศิษฏ์ นำทีม 3 นักเรียน ได้แก่ เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา และ พีค ภีมพล มาพูดคุยถึงซีรีส์เรื่องดังกล่าว รวมถึงบทบาทที่ได้รับ

• “HOMEROOM 29 ตัวประกัน” เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?
เจน – “เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับการบูลลี่ เรื่องนี้รีเมกจากญี่ปุ่น แต่มีปรับแปลงเนื้อเรื่องบ้าง เพื่อให้เข้ากับปัจจุบันและคนไทยมากขึ้น”
พีค – “โดยตัว เรน ที่เจนแสดงถูกเพื่อนๆ บูลลี่ ทำให้ตัวเองคิดสั้น ครูวิณณ์อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้เรน ก็เลยตามหาคนผิด ทั้ง 29 ตัวประกัน แต่เรื่องราวจะมีมากกว่านั้นมาก เหตุผลและปมต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

• แต่ละคนรับบทเป็นใครและคาแร็กเตอร์เป็นอย่างไร?
เจน – “เจน รับบท เรน คู่กับพีค แต่เรนกับบีบีเป็นนักว่ายน้ำ เรนเป็นนักกีฬาดีเด่น เป็นสาวป๊อปในโรงเรียน นิสัยชอบความยุติธรรม อะไรที่ผิด ไม่ถูกต้อง จะไฟต์ให้ถูกต้องให้ได้ แต่เขาเลือกที่จะสู้ด้วยตัวคนเดียว ก็เลยเป็นปมขึ้นมา”
มิวสิค – “เรารับบท บีบี เป็นหนึ่งในนักเรียนที่อยู่ในห้อง แล้วจะมีคู่รักคือพี่ลีโอ ตัวบีบีมีนิสัยเหมือนเด็ก คิดอะไรง่ายๆ ขี้หงุดหงิด ขี้โมโห”

พีค – “ตัวธามที่ผมเล่น มีความจริงใจให้เพื่อน มีความซื่อ ตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันก็รักแฟนมาก และรักเพื่อนสนิทที่ชื่อฮ่องเต้มากเหมือนกัน แต่เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ธามต้องปกป้องตัวเองมากขึ้น โดยบอกเล่าความจริงต่างๆ ทำให้เกิดปมปัญหาที่ผิดใจกัน”
มิว – “ส่วนผมรับบทครูวิณณ์ เป็นครูที่เนิร์ดมากๆ พอต้นเรื่องเกิดเหตุการณ์ที่ครูวิณณ์วางระเบิดโรงเรียน จับนักเรียนเป็นตัวประกัน ความต่างในคาแร็กเตอร์ การแสดงออกในตอนแรกที่นักเรียนเห็น กับหลังที่วางระเบิดไปแล้ว เป็นเหมือนคนละคน”

• ยากไหมกับบทที่ได้รับ?
มิว – “ยากมากและตราตรึงใจมากๆ บทเรื่องนี้หนักมาก นอกจากคาแร็กเตอร์แล้ว ด้วยครูวิณณ์เป็นคนเดินเรื่อง ทำให้มีเลเยอร์ในการเล่าค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะมีเรื่องความสัมพันธ์ตัวละคร เปิดมารู้จักนักเรียนมาแล้วเป็นปี แต่ในการแคสต์เราเคยเจอแค่กับน้องบางคน แต่กับบางคนใหม่มากๆ ทำให้ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับน้องๆ เยอะมาก”
พีค – “ความแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ตั้งแต่จำนวนนักแสดงในฉากที่เยอะมาก และทุกคนต้องอยู่ ณ โมเมนต์ด้วยกัน แต่เลเวลของแต่ละคนไม่เท่ากัน สิ่งแรกที่ผมต้องทำ คือต้องรู้ว่าแต่ละคนมาเวย์ไหน เราจะได้เบลนเข้าไปด้วย จะมีปัญหานี้ในคิวแรกๆ ในการถ่ายทำ แต่พอหลังๆ เรารู้แล้วว่าเขามาเวย์นี้ เดี๋ยวเราไปอีกเวย์หนึ่ง เจอกันตรงกลางมันค่อยๆ สนุกมากขึ้น นี่คือความยาก”

มิวสิค – “ส่วนนี่ไม่ค่อยรู้สึกว่ายาก เป็นความสนุกมากกว่า ชีวิตประจำวันเราคงไม่ค่อยได้มาเจอเหตุการณ์ระเบิดลงในห้องเรียน ถูกขังเป็นตัวประกัน ก็เลยสนุก แต่เราจะไปในเวย์ของความเหนื่อย เพราะมันมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วพวกเราอยู่ในซีนเดียวกัน จำเป็นต้องประคองความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้ หนูเลยรู้สึกมันเปลืองพลังงานในบางครั้ง”
เจน – “ด้วยเจนตายไปตั้งแต่ตอนแรก ทำให้ไม่ได้อยู่กับเพื่อนๆ ทั้ง 29 คน จะยากเวลาถ่ายแต่ละซีน มันโดดไปโดดมา เราต้องมาดูคลิปตอนที่เราอัดวิดีโอไว้ เพื่อให้รู้ว่าก่อนหน้าเขาเล่นอะไรกัน แล้วเราจะได้เล่นต่อได้”

• ถามน้องๆ ได้มาร่วมงานกับ ‘มิว ศุภศิษฏ์’ เป็นอย่างไรบ้าง?
มิว – “ขออนุญาตฟ้องก่อน ความจริงพีคเข้าวงการก่อนผมอีกนะ ก่อนผม 3 ปี”
พีค – “ผมเคยเจอพี่มิว เราคุยกันเรื่องการแสดงอยู่แล้ว พอมาเจอกันอีกรอบ ต่างคนต่างเรียนรู้มา แล้วเรามาแชร์ประสบการณ์กัน พอถ่ายเสร็จ เรามานั่งคุยกัน มันเลยทำให้เราเหนื่อย ไม่ได้เหนื่อยทำงาน แต่เหนื่อยเม้าธ์ (หัวเราะ)”
เจน – “เจนจะนั่งดูการแสดงของทุกคน ก็มีถามพี่มิวบ้าง ถามพีคบ้าง ว่าวันนี้ใช้อารมณ์ไหนในการแสดง แต่ละคนจะมีทริกไม่เหมือนกัน”

มิวสิค – “ในเรื่องทุกคนเล่นดีมาก เพราะไม่ใช่เล่นกันไม่กี่คน แต่เป็นการเล่น 30 กว่าคน หนูว้าวมาก อย่างเช่นพี่มิว ที่ต้องโฮลด์อารมณ์ของคนทั้งห้อง หรือจังหวะที่ต้องบีบมากๆ”
• ออกอากาศแล้ว กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง?
มิว – “พอได้ยินว่า ‘HOMEROOM’ แล้วในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ฟีดแบ็กดีมากๆ มันก็มาพร้อมความคาดหวัง แต่ ‘HOMEROOM 29 ตัวประกัน’ มันจะมีความเป็นไทยที่ถูกสอดแทรกมา เพราะในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น น่าจะผ่านมา 3-4 ปีแล้ว ทำให้บริบทบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป แล้ววิธีการเล่า และเทคโนโลยีบางอย่างที่ถูกเติมแต่งเข้ามาในเรื่อง ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย
อยากให้ไดลองดู เพราะทุกคนใส่เต็มที่จริงๆ ทั้งทีมงานและนักแสดงครับ”
กัณฑมาศ ธรรมณี