สรวงศ์ เล็งชง ครม. 10 มิ.ย.นี้ ยกขบวนทั้งเที่ยวไทยคนละครึ่ง-กระตุ้นตลาดต่างประเทศ โดยใช้งบประมาณ 3,280 ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท
นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำรายละเอียดแผนกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวไทย ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ผ่านโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่รัฐบาลสมทบค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างละครึ่ง ใช้งบประมาณ 1,780 ล้านบาท
รวมถึงการทำตลาดร่วมกับแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) ใช้งบ 800 ล้านบาท และสนับสนุนเที่ยวบินจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวรวมจีน ทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ใช้งบ 700 ล้านบาท รวมเป็นการของบประมาณเพิ่ม 3,280 ล้านบาท โดยเป็นการขอใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจก้อน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้
“การนำเรื่องเสนอเข้า ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติ วางไว้เป็นวันที่ 10 มิ.ย.นี้ โดยไม่ได้นำเข้าตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ซึ่งเป็น ครม.แรกของเดือน เนื่องจากเป็นการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจนัดแรก หลังจากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นเมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จึงนำเข้าที่ประชุมนี้โดยตรงเลย เนื่องจากจัดทำรายละเอียดทุกอย่างไว้ครบแล้ว มีเพียงการเปลี่ยนแปลงงบประมาณของการสนับสนุนเที่ยวบินจากตลาดต่างประเทศเข้ามาเท่านั้น เพิ่มงบประมาณจากเดิม 500 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท เพื่อดึงตลาดต่างประเทศให้ได้มากที่สุด” นายสรวงศ์ กล่าว
นายสรวงศ์ กล่าวว่า โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง รายละเอียดของโครงการกำหนดจำนวนสิทธิไว้ที่ 500,000 สิทธิ ลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 1,000,000 สิทธิ เนื่องจากอยากเร่งให้ประชาชนออกมาใช้เร็วที่สุด เพื่อกระตุ้นการเดินทางเที่ยวในประเทศรวดเร็วมากขึ้น
โดยจำนวนสิทธิแบ่งให้ใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ (หรือคืน) ต่อคน รัฐบาลช่วยจ่ายค่าโรงแรมที่พักสูงสุด ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน มีคูปองดิจิทัลใช้จ่ายในร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าโอท็อป และแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย ส่วนมูลค่าจะอยู่ที่เท่าใด รวมถึงการสมทบของรัฐบาลที่ 50% จะแบ่งใช้อย่างไร ยังต้องรอสรุปความชัดเจนอีกครั้ง
โดยหากผ่านการอนุมัติของ ครม.เรียบร้อยแล้ว จะสามารถเปิดให้ลงทะเบียนได้ทันทีภายในเดือนมิ.ย.นี้ เพราะวางระบบไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเปิดให้ใช้สิทธิเดินทางเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อให้ทันช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการกระตุ้นการเดินทางและใช้จ่ายในประเทศ