ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC เผย ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2/2568 ร่วงลงต่อเนื่อง จากปัจจัยเดิมๆ ภาระหนี้ครัวเรือนสูง แบงก์เข้มงวดการให้สินเชื่อ เศรษฐกิจไทยและทั่วโลกชะลอตัว
รายงานข่าวจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า REIC ได้จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาสที่ 2 ปี 2568” พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 39.3 ลดลง -2.7 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 42.0 และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 45.2 ลดลง -5.9 จุด ต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0
สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมั่นลดลงต่อสถานการณ์ธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยมาจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและทั่วโลกให้มีแนวโน้มชะลอตัว
อย่างไรก็ตามดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าอยู่ที่ระดับ 50.3 ลดลง -2.0 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 52.3 สูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 สะท้อนถึงมุมมองในเชิงบวกของผู้ประกอบการ ที่ยังคาดหวังว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นหลังจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราวของธนาคาร แห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลในภาวะปัจจุบัน ของแต่ละด้าน ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 พบว่า ผู้ประกอบการฯ มีความเชื่อมั่นลดลงเกือบทุกด้านเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยด้านการลงทุนลดลงมากที่สุด -11.2 จุด อยู่ที่ระดับ 37.7 (จากระดับ 48.9) รองลงมาเป็นด้านการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือ เฟสใหม่ลดลง -5.3 จุด อยู่ที่ระดับ 40.8 (จากระดับ 46.1) ด้านการจ้างงานลดลง -2.1 จุด อยู่ที่ระดับ 43.1 (จากระดับ 45.2) ด้านยอดขายลดลง -1.5 จุด อยู่ที่ระดับ 37.9 (จากระดับ 39.4) และด้านผลประกอบการลดลง -0.3 จุด อยู่ที่ระดับ 34.5 (จากระดับ 34.8) ในขณะที่ด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) เพิ่มขึ้น 4.7 จุด อยู่ที่ระดับ 42.1 (จากระดับ 37.4)
สำหรับความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันที่จำแนกตามกลุ่มผู้ประกอบการฯ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการกลุ่ม Non-listed Companies หรือบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีที่ระดับ 39.3 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่อยู่ระดับ 39.0 และต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0
สะท้อนว่าผู้ประกอบการ กลุ่ม Non-listed Companies ที่เป็นรายกลาง-รายย่อย มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ธุรกิจในภาวะปัจจุบันลดลง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสนี้ลดลงเกือบทุกด้านเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยด้านการลงทุนลดลงมากที่สุดอยู่ที่ระดับ 42.4 (จากระดับ 47.4) รองลงมาเป็นด้านการจ้างงานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.5 (จากระดับ47.4) ด้านการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือ เฟสใหม่ลดลงอยู่ที่ระดับ 41.3 (จากระดับ 43.4) ขณะที่ ด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) เพิ่มขึ้นมากสุดอยู่ที่ระดับ 39.1 (จากระดับ 34.2) รองลงมาเป็นด้าน ผลประกอบการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 33.7 (จากระดับ 28.9) และด้านยอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 35.9 (จากระดับ 32.9)
ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies หรือ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีระดับ 39.4 ลดลงจากไตรมาสก่อน ที่มีค่าดัชนีระดับ 43.9 ลดลงเกือบทุกด้าน โดยความเชื่อมั่นฯ ด้านการลงทุนลดลงมากที่สุดอยู่ที่ระดับ 34.5 (จากระดับ 50.0) ด้านการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือ เฟสใหม่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 40.5 (จากระดับ 47.9) ด้านยอดขายลดลงมาอยู่ที่ระดับ 39.3 (จากระดับ 43.8) ด้านผลประกอบการลดลงมาอยู่ที่ระดับ 35.0 (จากระดับ 38.6) และด้านการจ้างงานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 42.9 (จากระดับ 43.8) ขณะที่ความเชื่อมั่นฯ ด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 44.0 (จากระดับ 39.6)