” ธรรมนัส ” เร่งยกระดับรายได้เกษตรกร หลังต้นทุน ปุ๋ย-ยาฆ่าแมลง-เครื่องจักรพุ่ง ทำหนี้ท่วม 2.45 แสนบาท/ครัวเรือน คาดจีดีพีปี 2568 ขยายตัว 2.5%
วันที่ 5 ต.ค.2568 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคเกษตรไทยยังเผชิญความท้าทายจากภาวะต้นทุนสูงและสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้ว จึงเตรียมเดินหน้านโยบายแบบบูรณาการของกระทรวงเกษตรฯ จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดหนี้สินตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของรัฐบาล
พร้อมเดินหน้านโยบายสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งในด้านรายได้ ตลาด และโอกาสใหม่ในภาคเกษตร โดยขับเคลื่อนนโยบายการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชระยะสั้น เพื่อเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตตกต่ำ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า คาดการณ์จีดีพีภาคเกษตรปี 2568 จะอยู่ที่ 703,513 ล้านบาท ขยายตัว 2.5% จากปีก่อนหน้า ที่หดตัว 1.1% เนื่องจากภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรผันผวน หากมองย้อนหลังในช่วงปี 2563–2567 จีดีพีเกษตรเติบโตเฉลี่ย 1.8% ต่อปี โดยปี 2563 เคยหดตัวแรงถึง 3.2% จากผลกระทบโควิด-19 แต่เริ่มฟื้นตัวในปี 2564–2566 ตามการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ
ทั้งนี้ปี 2567 รายได้ครัวเรือนเกษตรเพิ่ม แต่หนี้สินยังสูงสาเหตุหลักของหนี้สินมาจาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ปุ๋ย ยา เครื่องจักรกลการเกษตร และค่าแรงงาน รวมถึงภาระหนี้สินเดิมจากการกู้ยืมในระบบและนอกระบบ ส่งผลให้เกษตรกรเหลือรายได้สุทธิเฉลี่ยเพียง 83,130 บาทต่อปี หนี้สินเฉลี่ยปลายปีสูงถึง 245,814 บาท/ครัวเรือนหรือคิดเป็น 53% ของรายได้รวมทั้งปี
โดยครัวเรือนเกษตรมีรายได้เฉลี่ย 461,690 บาท/ปี แบ่งเป็นรายได้จากภาคเกษตร: 236,526 บาท รายได้นอกภาคเกษตร: 225,164 บาท ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 349,651 บาท/ครัวเรือน แบ่งเป็น รายจ่ายภาคเกษตร: 153,396 บาท และรายจ่ายนอกภาคเกษตร: 196,255 บาท