พนง.หญิงแชร์ประสบการณ์ทำงาน 14 ชม.ต่อวัน ถูกหัวหน้าคาดหวังให้ตอบแชทตอนตี 2 จนเกิดความเครียดสะสม ชาวเน็ตแนะลาออกเพื่อสุขภาพจิต-อย่าขอโทษในสิ่งที่ไม่ได้ทำผิด
พนักงานหญิงรายหนึ่งได้รับความสนใจ และความเห็นใจอย่างมากจากชาวเน็ต หลังแชร์ประสบการณ์ที่ทำให้จิตใจเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำ
ในโพสต์บน Reddit ที่กลายเป็นไวรัล ภายใต้หัวข้อ “หัวหน้าฉันคาดหวังให้ฉันตอบข้อความตอนตี 2:45 หลังจากทำงาน 14 ชั่วโมง” เธอเล่าถึงความรู้สึกถึงจุดแตกหัก หลังพบว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไม่ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงาน
“เมื่อวานฉันทำงานตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืน รวม 14 ชั่วโมงเต็ม และยังต้องทำงานช่วงสุดสัปดาห์แบบต่อเนื่องกันอีกสองสัปดาห์ แต่หัวหน้าที่ไซต์งาน กลับส่งข้อความมาหาฉันตอนตี 2:45 และคาดหวังให้ฉันตอบในทันที” เธอกล่าว

ภาพประกอบ
เมื่อเธอไม่สามารถตอบข้อความได้เพราะกำลังนอนหลับอยู่ หัวหน้าที่ไซต์งานกลับไปบ่นต่อกับหัวหน้าผู้จัดการของเธอ ทำให้สถานการณ์บานปลายมากยิ่งขึ้น และแม้เธอจะเคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว แต่ผู้บริหารคนดังกล่าวมีอำนาจมากจนไม่เกิดอะไรขึ้น
“ทุกครั้งที่ฉันพยายามระบายหรือยกระดับเรื่องไป กลับยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง ส่วนผู้จัดการของฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ แค่พยักหน้า และเห็นด้วยกับสิ่งที่หัวหน้าพูด” เธอเสริมว่าวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นพิษทำให้เธอวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา
เธอเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยสนุกกับงานของตัวเอง แต่ตอนนี้กลับกลัวแม้แต่การเปิดโน้ตบุ๊ก และไม่แน่ใจว่าจะลาออกเลยดีหรืออดทนอีกไม่กี่เดือนจนกว่าจะหางานใหม่ได้ เพราะงานนี้กำลังทำลายความสงบในชีวิตเธอ
หลังโพสต์ของเธอได้รับความสนใจอย่างมาก ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียแนะนำให้เธอลาออกเพื่อรักษาความสงบสุขทางจิตใจ บางคนเตือนว่าไม่ควรขอโทษหากไม่ได้ทำผิด “ถ้าคุณกำลังขอโทษทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำผิด คุณกำลังทำลายความเคารพของตัวเอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกด้านของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องงานเท่านั้น”

ภาพประกอบ
ขณะที่อีกหลายคนแนะนำแนวทางป้องกันตัวเอง เช่น “การที่คุณขอโทษ ทำเหมือนกับบอกทุกคนว่าการส่งข้อความตอนตี 2:45 เป็นเรื่องปกติ คุณจึงทำให้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”
อีกผู้ใช้แนะนำว่า “เพียงแค่ต้องไม่ตอบกลับ และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะพวกเขาจะพยายามรีดเอามากขึ้นจากคนที่คิดว่าสามารถควบคุมได้” และอีกรายเสริมว่า “คุณควรออกจากที่นั่นในทันที หากมีเงินสำรองหรือได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวยิ่งไม่ต้องคิดมากเลย”