ชายอเมริกันตรวจพบเป็น “ออทิสติก” ในวัย 42 ปี หลังถูกหมอวินิจฉัยผิดมานาน เจ้าตัวร่ำไห้ เสียใจแทนตัวเองในวัยเด็ก ต้องกินยาผิดโรค จนร่างกายแย่

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ชายชาวสหรัฐอเมริการายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกในวัย 42 ปี หลังจากใช้ชีวิตมาหลายสิบปีด้วยการถูก “วินิจฉัยผิด และรับยาผิดมาตลอด”

ไทเลอร์ บาร์เน็ตต์ กลายเป็นไวรัลบน TikTok หลังโพสต์วิดีโอสะเทือนอารมณ์ที่เขาเฉลิมฉลองการค้นพบคำตอบที่เฝ้าตามหามานาน โดยในคลิป เขาถึงกับหลั่งน้ำตาและบอกกับผู้ติดตามกว่า 28,700 คนว่า รู้สึก “โล่งใจอย่างมาก” หลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและโรคสมาธิสั้น (ADHD)

เขาเขียนข้อความประกอบโพสต์ว่า “รู้สึกโล่งใจมาก…แต่ก็เสียใจแทนตัวเองในวัยเด็กที่ควรได้รับรู้เรื่องนี้ตั้งนานแล้ว” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าชมหลายแสนครั้ง

ในส่วนความคิดเห็น ไทเลอร์อธิบายว่า เขาต้องรอผลการทดสอบทางจิตวิทยาอย่างเข้มข้นนานถึง 2 เดือน เพื่อให้ได้การวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยว่า เขาเคยขอคำแนะนำจาก ChatGPT จนเริ่ม “วินิจฉัยตัวเอง” ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะยืนยันในภายหลัง

ไทเลอร์ เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้เขาใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกเหมือน “ตัวปลอม” มาโดยตลอด จนกระทั่งได้รู้ความจริง

เขาเชื่อว่า สัญญาณของทั้งออทิสติกและ ADHD ปรากฏอยู่ตลอดช่วงชีวิต แต่กลับไม่มีใครมองเห็นภาพรวมของปัญหาอย่างแท้จริง

ไทเลอร์เล่าย้อนถึงวัยเด็กว่า เขามักรู้สึกเหมือนเป็น “คนนอกที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ” และไม่รู้ว่าจะปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้อย่างไร โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่งว่า เขาเคยเห็นกลุ่มเด็กจับแขนกัน กระโดดหัวเราะอย่างสนุกสนาน แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งนั้นถึงสนุก หรือควรเข้าร่วมอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์รายนี้ยังระบุว่า ผู้ใหญ่รอบตัวไม่เคยตระหนักว่าเขากำลังเผชิญปัญหา ทำให้เขาต้องพยายาม “ทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับเขา” อยู่เสมอ

“ผมถูกบอกว่าควรปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น และถ้าทำไม่ได้แปลว่าผมมีปัญหา นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแกล้งทำ” เขากล่าว

เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ เขาจึงเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมของเพื่อนๆ นอกจากนี้ เขายังมีปัญหาด้านการเรียน แต่สามารถสอบผ่านได้ด้วยการ “เดาคำตอบ” ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นผลจากความสามารถในการจดจำรูปแบบตามลักษณะของออทิสติก

“ผมใช้ชีวิตผ่านไปได้ ดูเหมือนไม่ต่างจากคนอื่นและอยู่รอดมาได้ แต่ภายนอกเหมือนผมหายไปจากสายตาคนอื่น” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ภายในนั้นเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า ความสับสน และความหวาดกลัวที่ต้องปกปิดไว้ตลอดเวลา

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไทเลอร์เริ่มขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และได้รับการรักษาอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้ามาตลอดช่วงวัย 20 ปี อย่างไรก็ตาม ยาที่ได้รับกลับส่งผลเสียมากกว่าผลดี และนำไปสู่ปัญหาการเสพติด ขณะที่สุขภาพจิตยิ่งแย่ลง

ในวัย 30 ปี แพทย์วินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคไบโพลาร์ และให้ยาที่แรงขึ้น ซึ่งทำให้เขารู้สึกเหมือน “ซอมบี้” อีกทั้งแม้จะพบผู้เชี่ยวชาญหลายคน เขาก็ยังรู้สึกว่าปัญหาหลักไม่เคยถูกค้นพบ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

@millennialdad Just got diagnosed with autism and adhd after 42 years of trying to figure out just what exactly was wrong with me. Feeling so much relief…but so much grief for little me who deserved to know. #autism #adhd #audhd #actuallyautistic #neurodivergent @autism speaks ♬ original sound – Millennial Dad

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบุตรสาววัย 10 ปีของเขาเริ่มตั้งข้อสังเกตอยู่บ่อยครั้งว่า ออทิสติกอาจเป็นสาเหตุของปัญหา ทำให้เขาเริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน ChatGPT

เขาระบุว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองอาจมีภาวะระบบประสาทแตกต่าง (neurodivergent) แต่ “รู้ได้ทันที” หลังอ่านข้อมูลจาก AI ว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

ท้ายที่สุด ไทเลอร์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกระดับ 1 และมี ADHD เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา หลังใช้เวลาค้นหาคำตอบนานถึง 42 ปี

เขากล่าวว่า การวินิจฉัยครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตของเขาอย่างมาก โดยแพทย์ได้หยุดยาไบโพลาร์และเปลี่ยนเป็นยาสำหรับ ADHD ซึ่ง “เปลี่ยนทุกอย่างไปในทางที่ดีขึ้น”

“เมื่อผมได้กลับมาเป็นตัวเอง ผมเห็นได้ชัดว่าผมสมบูรณ์ในแบบของผม โลกต่างหากที่ไม่เคยเข้าใจผม”

เขาทิ้งท้ายว่า “เมื่อเราเข้าใจออทิสติกและ ADHD อย่างแท้จริง มันจะไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นพลังพิเศษได้”

ที่มา ladbible

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน