อยุธยา โหดเหี้ยมเกินมนุษย์! ฆ่าแท็กซี่ วัย65ปี ชิงทรัพย์ เมียเศร้าโศก เสียใจ ตัดพ้อ ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ลั่นทวงคืนความยุติธรรมให้สามี ตร.เร่งเก็บหลักฐาน รีบติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
6 พ.ค. 69 – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบศพคนขับรถแท็กซี่ ถูกทำร้ายเสียชีวิต ทิ้งร่างกลางทุ่งนา ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน–บางบัวทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร
โดยในที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่จอดเปิดประตูทิ้งไว้ และพบศพ นายประหยัด บุทอง อายุ 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ คาดถูกทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ บริเวณโดยรอบของรถยนต์แท็กซี่คันที่พบ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ บริเวณที่รถอย่างละเอียด เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสอบพยานญาติบุคคลใกล้ชิด ทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีทรัพย์สินที่ติดตัวมาเป็นโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง เงินสดไม่ทราบจำนวน และในโทรศัพท์จะมีแอปธนาคาร ซึ่งน่าจะมีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง หรืออาจจะมีรหัส เอทีเอ็ม จดเอาไว้ด้วยในถุงพลาสกติก รวมถึงโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต น่าจะไม่มีการล็อกหน้าจอโทรศัพท์
นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิต มักจะใช้วิธีการพกเอกสารต่างๆ ที่เป็นเงินสด บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตร เอทีเอ็ม ใส่ในถุงพลาสติก แล้วใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อ
นอกจากนี้มีพยานรายหนึ่งระบุว่า ช่วงสามถึงสี่ทุ่มของวันที่ 4 พ.ค. พบเห็นมีกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาหาปลาและหากบ เนื่องจากช่วงเย็นและหัวค่ำมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนช่วงเย็นของวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมาทราบว่า มีคนหาปลามาพบศพคนขับแท็กซี่
ส่วนพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ่อทิ้งกากซาเหล้า ของโรงงานเบียร์แห่ง ซึ่งไม่ได้ใช้ทิ้งกากซาเหล้าแล้ว จะมีเฉพาะชาวบ้านที่มีพื้นที่นาอยู่ใกล้จะเข้าไปทำนา หรือชาวบ้านคนในพื้นที่และรอบพื้นที่ มักที่หาปลา จะรู้เส้นทางนี้และเข้าออกได้สองเส้นทาง
ต่อมาเวลา 21.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรช้างใหญ่ อำเภอบาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางกุ้ง ภรรยาของคนขับแท็กซี่ที่เสีย พร้อมลูกสาว เดินทางมาที่โรงพัก จากการพูดคุยยังอยู่ในเศร้าโศกเสียใจ เปิดเผยว่า ได้แยกกับสามีช่วงเช้า วันที่ 4 พ.ค. โดยไปส่งตนเองที่ตลาด แล้วแยกย้ายกัน
กระทั่งช่วงหนึ่งทุ่ม ขาดการติดต่อไป ซึ่งปกติสามีจะกลับบ้านมาประมาณหนึ่งทุ่ม ตนได้โทรตามหาแล้วโทรศัพท์ปิดเครื่อง
โดยสามี จะออกจากบ้าน ไปขับรถรับจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขาประจำ ที่มักจะโทรเรียกให้ไปรับไปส่ง และไปจอดตามสถานที่ต่างๆ เพื่อรับลูกค้า บ้าง
ส่วนสามีก่อนหน้านี้ขับรถแท็กซี่และส่งรถแท็กซี่คันนี้จนหมดแล้ว ส่วนที่ยังมาวิ่งรับจ้างอยู่ ก็เป็นการวิ่งรับงานเฉพาะลูกค้าประจำเท่านั้น ที่จะมีเบอร์โทรเรียกโทรตามกันอยู่ ให้ไปรับไปส่ง จะมีที่จะไปรับขาจรบ้างแต่จะเป็นส่วนน้อย
ส่วนทรัพย์สินที่ติดตัว จะเก็บเงินสดที่เอาไว้สำหรับทอนลูกค้า มีโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง เพิ่งซื้อมาใหม่ กำลังผ่อนอยู่ มีบัตรประชาชนบัตร เอทีเอ็ม ไม่ทราบว่า จะมีการจดรหัสไว้หรือไม่โทรศัพท์มีการล็อกหน้าจอหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ในธนาคารน่าจะมีเงินประมาณ 10,000 กว่าบาท เพราะส่วนมากลูกค้าจะใช้ในการโอนเข้า
ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำร้ายหรือสงสัยใคร แต่จากสภาพที่เห็นไม่น่าไปทำกับสามีของตนเองขนาดนี้ เพราะแกอายุมากแล้ว และมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคไต ความดัน ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้
ถ้าจับคนร้ายได้ เจอหน้าคนร้าย ตนเองยอมที่จะติดคุก อยากจะทำร้ายร่างกายกับคนร้ายบ้าง เขาเจ็บปวดแค่ไหน มันต้องเจ็บปวดเท่านั้น
ในระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ ภรรยาของคนขับแท็กซี่ เกิดอาการหายใจติดขัด และเปลี่ยนสีหน้าเปลี่ยนอารมณ์การพูดไปเป็นภาษา ก่อนที่ทางลูกสาวจะพาตัวไปพักผ่อน