เท้ง นำทีม ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงจี้รัฐบาล ทบทวนมาตรการเยียวยา ขนส่ง-ประมง ให้เหมาะสม หลังเจอวิกฤตน้ำมัน ทำเดือดร้อนหนัก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา แถลงภายหลังการประชุม
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกของครม.เงาของพรรคประชาชน วัตถุประสงค์ของเรา คือ ต้องการแสดงให้เห็นว่า ถ้าการประชุม ครม.แต่ละสัปดาห์นั้น รัฐบาลตัดสินใจโดยใช้รัฐบาลเป็นศูนย์กลาง ชีวิตของประชาชนในแต่ละสัปดาห์จะดีขึ้นอย่างไรบ้าง
ซึ่งในการแถลงของพวกเราจะไม่ใช่การประกบแบบคนต่อคน หรือเอารัฐมนตรีเงาแต่ละคนไปประกบรัฐมนตรีตัวจริง แต่เป็นการชนวาระต่อวาระ หมัดต่อหมัด โดยเอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับภารกิจที่สำคัญของเรามีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1.การตรวจสอบและสะท้อนเสียงของประชาชนที่ถูกทอดทิ้งหรือยังตกหล่นอยู่ โดยวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นต้นทุนค่าขนส่งกำลังกระทบต่อผู้ประกอบการ 2 ภาคส่วนที่สำคัญ คือ ภาคประมง และภาคขนส่ง
2.การชวนคิดไปด้านหน้าถึงเรื่องใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ คำถามสำคัญคือการตัดสินใจของรัฐบาลจะเลือกข้างประเทศมหาอำนาจ หรือควรเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง จริงๆ แล้วควรเลือกประชาชน ไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งการตัดสินใจเรื่องแลนด์บริดจ์นั้นเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ด้วย
และ 3.การเรียกร้องมาตรการเร่งด่วน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เรียกร้องให้รัฐบาลหยิบยกเอากฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้วมาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้โดยเร็ว โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องนั้น คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ที่มติของครม.ในสัปดาห์นี้ได้ตัดสินใจนำมาพิจารณาต่อทันที
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเรียกร้องในมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เช่น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เราอยากใช้เวทีนี้สะท้อนเสียงในสิ่งที่ตกหล่นและเสียงที่อยากเรียกร้องแต่ไม่ถึงไปยังรัฐบาล และพรรคประชาชนพร้อมเป็นตัวกลางเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ เหล่านั้นไปยังรัฐบาล
โดยในส่วนของชาวประมง ปัญหาที่สำคัญ คือ น้ำมัน หนี้ ราคาสัตว์น้ำ จากการประชุมพบว่าน้ำมัน B20 หรือน้ำมันเขียวเข้าถึงยากมาก โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านที่ไม่สามารถไปรวมตัวกันเพื่อซื้อน้ำมันได้ เพราะติดกฎหมายเรื่องปั๊มน้ำมันอยู่ วิกฤตที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงควรมีมาตรการช่วยเหลือในส่วนของผู้ประกอบการประมงที่ขณะนี้มีภาระหนี้สินจำนวนมาก เพราะไม่ได้ออกเรือ
ทั้งนี้ สำหรับปัญหานำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศนั้น ประเทศเพื่อนบ้านเราบางประเทศได้ใบแดงด้วยซ้ำ แต่ยังมีการลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำที่มีต้นทุนไม่เป็นธรรมกับชาวประมงไทย ซึ่งนี่เป็นมาตรการเฉพาะหน้าที่อยากเรียกร้อง ขณะที่ในส่วนของระยะยาว ชาวประมงมีข้อเสนอแนะว่าหากพร้อมที่จะเปลี่ยน เขาก็พร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด
ในส่วนของภาคขนส่งนั้น เขารู้สึกว่ามีมาตรการที่สองมาตรฐานหรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ เราจะแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมานั้น อาจทำให้เกิดความยุ่งยากและล่าช้าไป เนื่องจากขณะนี้หลายคนประสบปัญหาเงินหาย เพราะงานหาย ฉะนั้น จึงอยากให้รัฐบาลไปปรับมาตรการการเยียวยาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
