บุกจับกลางทะเล อ่าวฉลอง ไกด์รัสเซียเถื่อน พานักท่องเที่ยวล่องเรือ แย่งอาชีพคนไทย พบขายแพ็กเกจผ่านเทเลแกรม ชงเพิกถอนวีซ่า ดันกลับประเทศ

วันที่ 6 พ.ค. 2569 ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ร่วมกับนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว นำเรือตรวจการณ์เข้าจับกุมชายชาวรัสเซียกลางทะเลบริเวณหน้าอ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต หลังพบพฤติการณ์ลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต แย่งอาชีพคนไทย พร้อมเตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศ

โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กวดขันและปราบปรามการกระทำความผิดของชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทยอย่างเข้มงวด

พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านทางสายด่วน 1155 ว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติลักลอบโฆษณาขายแพ็กเกจทัวร์ผ่านทางแอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram)

เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับติดต่อล่อซื้อทัวร์ตกปลาในราคา 3,000 บาทต่อคน ตามที่มีการโฆษณา กระทั่งวันนี้(6 พ.ค.) ขณะชายชาวรัสเซียทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์พาสายลับและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชาติเดียวกันอีก 6 คน ออกไปทำกิจกรรมตกปลากลางทะเลบริเวณหน้าอ่าวฉลอง ตำรวจท่องเที่ยวจึงนำเรือตรวจการณ์เข้าจับกุม

เบื้องต้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่

1.ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต (ความผิดตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 80 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต (ความผิดตามมาตรา 49 ประกอบมาตรา 86 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 8) ต้องระวางโทษตามมาตรา 101 ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท

ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินคดีทางอาญาเสร็จสิ้น ตำรวจจะดำเนินการเสนอเรื่องเพื่อขอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (วีซ่า) และผลักดันผู้กระทำความผิดออกนอกประเทศตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน