เปิดคำพิพากษา ศาลอาญายกฟ้อง ธนาธร คดีอาญา มาตรา 112 ปมวิจารณ์วัคซีนพระราชทาน ชี้พาดพิงนายกรัฐมนตรีโดยตรง
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 814 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลย
ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
กรณีวันที่ 18 ม.ค. 2564 จำเลยได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ และการจัดหาวัคซีน จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีและได้รับการประกันตัว
พฤติการณ์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 จำเลยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Tanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในหัวข้อวัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย อันเป็นเฟซบุ๊กสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งคำกล่าวของจำเลยทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยต่อองค์พระมหากษัตริย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าการพิจารณาว่าข้อความใด จะเป็นข้อความที่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมด มิใช่ข้อความตอนใดตอนหนึ่ง
จากข้อความที่จำเลยนำเสนอนั้นเนื้อหาทั้งหมดมุ่งเน้นเรื่องการกล่าวหารัฐบาลบกพร่องในการจัดหาวัคซีน โดยมีการนำข้อมูลหลากหลายมาสนับสนุน ซึ่งมีการบรรยายถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายบริษัท รวมทั้งการกล่าวถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วย ข้อมูลที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นส่วนน้อย ไม่ใช่ประเด็นหลักในการนำเสนอ
ดังนั้น ข้อความทั้งหมด ไม่ได้มีข้อความที่มีลักษณะเป็นการอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่น หมิ่นประมาทในหลวงรัชกาลที่ 10 แต่อย่างใด รวมทั้งข้อความที่จำเลยกล่าวถึงการถือหุ้นและผลรายงานการประกอบกิจการของบริษัทก็ปรากฏว่าประสบภาวะขาดทุนจริง
และคำพูดที่ว่าการแทงม้าตัวเดียว หากมีอะไรผิดพลาด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จะรับไหวไหม ก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบได้หรือไม่ หากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการวัคซีนให้กับประขาชนแล้วเกิดความเสียหาย
ส่วนคำพูดว่า วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย เมื่อพิจารณาข้อความที่จำเลยเลยไลฟ์สดแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยพูดพาดพิงถึงพล.อ.ประยุทธ์โดยตรงเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการและการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร
หมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ บริหารจัดการวัคซีนโควิดแอสตร้าเซนเนก้าในครั้งนี้เป็นการสร้างความนิยมทางการเมือง ซึ่งกล่าวในเรื่องประโยชน์ทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการพาดพิงไปถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 แต่ประการใด
ส่วนคำว่า “ใครเสีย” ก็น่าจะหมายถึงว่าหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการวัคซีน ผู้ที่ได้รับความเสียหายคือประชาชนนั่นเอง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมา จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง