เปิดขั้นตอน ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับอภัยโทษ ก่อนถึงขั้นตอนรับใบบริสุทธิ์-ปลดกำไล EM เผยตอนนี้รายชื่ออดีตนายกฯ อยู่ในการพิจารณาของเรือนจำพิเศษธนบุรีแล้ว

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. สืบเนื่องจากพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2569 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี

โดย 1 ในรายชื่อ ผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีทั่วไป คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติทั้งหมด 4 เดือน (11 พ.ค.69 ถึง 9 ก.ย.69) แต่เนื่องด้วยนายทักษิณ มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เหลือโทษไม่ถึง 1 ปี จึงเป็นผู้ต้องราชทัณฑ์ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

ขณะที่กรณีการปลดกำไล EM ของนายทักษิณ ยังอยู่ระหว่างรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ที่จะพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่พิจารณาออกหมายสั่งปล่อย

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนก่อนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกคุมประพฤติจากการพักโทษ จะได้รับการปลดกำไล EM นั้น ต้องอธิบายว่า เนื่องด้วยภายหลังจากมีพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษมาแล้ว ซึ่งมีทั้งผู้ต้องราชทัณฑ์ที่อยู่ในเรือนจำจะได้รับการปล่อยตัวไป และผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษที่จะได้พ้นโทษทันที

ระหว่างนี้เรือนจำ และทัณฑสถานทั่วประเทศ อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ ผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และส่งรายชื่อเสนอต่อศาลแห่งท้องที่ของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ และเมื่อศาลแห่งท้องที่ตรวจสอบและออกหมายสั่งปล่อยไปยังเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทางเรือนจำ/ทัณฑสถาน จึงจะเตรียมความพร้อมปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษออกจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน

โดยทุกรายจะได้รับใบบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่าเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนหากเป็นกรณีของผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษ อย่างเช่นกรณีของอดีตนายกฯ ต้องรอหมายปล่อยตัวจากศาลแห่งท้องที่ส่งไปยังเรือนจำฯ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่คุมประพฤติ

จากนั้นเรือนจำฯ จะทำหนังสือแจ้งการปล่อยตัวพ้นโทษไปยังสำนักงานคุมประพฤติในท้องที่ และเรือนจำฯ จะได้นัดหมายให้อดีตนายกรัฐมนตรีมารับใบบริสุทธิ์ หรือเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เพื่อไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ เพื่อขอปลดกำไล EM สำหรับพ้นโทษบริบูรณ์

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า จากเดิมเมื่อครั้งตอนที่นายทักษิณ ชินวัตร รับโทษจำคุกตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับโทษอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม และเมื่อได้พักโทษคุมประพฤติ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับคุมประพฤติ อดีตนายกรัฐมนตรีก็เดินทางไปรายงานตัวครั้งแรกที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เนื่องจากเป็นสำนักงานคุมประพฤติที่กำกับดูแลพื้นที่ของสถานที่พักโทษดังกล่าว

ฉะนั้น การได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ของอดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องการออกหมายสั่งปล่อยตัวจากศาล จะถูกส่งไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี เนื่องจากเป็นเรือนจำฯ ที่อยู่ในพื้นที่ตามทะเบียนพำนักสถานที่พักโทษคุมประพฤติ

ทำให้ขณะนี้รายชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในการพิจารณาของกรรมการเรือนจำพิเศษธนบุรีเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมีหมายปล่อยตัวจากศาลส่งมาที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ทางเรือนจำพิเศษธนบุรีจะนัดหมายให้อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปรับใบบริสุทธิ์ เพื่อไปใช้ยื่นขอปลดกำไล EM กับสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน อดีตนายกรัฐมนตรีก็จะพ้นโทษบริบูรณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน