พริษฐ์ หวั่น มีแค่ร่างแก้รธน.ของภูมิใจไทย ผ่านวาระแรก หลังส่งสัญญาณให้ สส. ถอนชื่อ ยัน ปชน. เดินหน้าเสนอหลักการมีส่วนร่วมของปชช.-ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สว.
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยให้ สส. ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ตนทราบจากข่าว เหตุผลที่มติพรรคภูมิใจไทยให้สส.ถอนชื่อ เพราะกังวลว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568
แต่ตนมีข้อสังสัยในเหตุผล เพราะไม่เห็นว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะขัดกับคำนิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ตนไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย
แต่มองว่าคำวินิจฉัยที่ระบุแค่ว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งเนื้อหาของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปิดให้ประชาชนเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง แต่ให้ส.ส.ร. บางส่วนมาจากการคัดเลือกของรัฐสภาตามชื่อที่ประชาชนเลือก เบื้องต้นจึงไม่เข้าข่ายการเลือกตั้งโดยตรงที่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยกังวลว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะอธิบายอย่างไรต่อกรณีที่ให้ สส. โหวตรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อเดือน ก.ย. 2568 โดยหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรมนูญของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ไม่ต่างจากวันนี้
“ในภาพรวมของการพิจารณาวาระแรกที่มีหลายร่างเสนอต่อรัฐสภา มีรายละเอียดหลักคิดต่างกัน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สว. ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดยหลักการของทุกร่างที่เขียน คือ การเพิ่มหมวด 15/1 ดังนั้น ทางที่ดีสมาชิกรัฐสภาควรลงติรับหลักการทุกร่าง เพื่อนำเนื้อหาไปพิจารณา โดยไม่ปิดประตูฉบับใด หรืออ้างคำวินิจฉัยศาล แล้วปัดตก” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การถอนชื่อของ สส. ทั้งพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ ให้ถามพรรคที่มีมติดังกล่าว
แต่ข้อเท็จจริงต่อการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อปลายปี 2568 ตอนนั้นพรรคประชาชนเปิดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักการไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทยที่ให้ประชาชนเลือกส่วนหนึ่ง และให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่าง ซึ่งตอนนั้น สส. และ สว. เห็นชอบกับฉบับของพรรคประชาชน
ส่วนฉบับของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียง สว.ที่เพียงพอ แต่สส.พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนรับหลักการ หากยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อพยายามไม่ร่วมลงชื่อกับฉบับของพรรคเพื่อไทย รวมถึงไม่โหวตรับหลักการฉบับของพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย ต้องตอบสังคมด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร
เมื่อถามกรณีมีการตั้งข้อเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้น จะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ บีบให้เหลือช่องทางเดียว นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมาย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือ ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน
หรือปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาการได้มาของ ส.ส.ร. คัดเลือกผู้ร่าง หรือชี้ขาดเนื้อหา ดังนั้น หวังว่าสัญญาณที่ส่งมาจะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรกมีเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่ผ่านไปได้
เมื่อถามว่า ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือช่องทางเดียวจะมีความชอบธรรมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องสู้ทีละขั้นตอน โดยวาระหนึ่งต้องพยายามให้ทุกร่าง และนำความเห็นต่างในหลายประเด็นไปถกต่อในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.)
เมื่อถามว่าจะมีช่องทางอย่างไร เพราะในชั้นกมธ. เสียงส่วนใหญ่ยังเป็นของฝ่ายเสียงข้างมาก นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่หากประชาชนมองว่าสิ่งที่เราเสนอตอบโจทย์ประเทศ ประชาชนขานรับ จะเป็นพลังหนุนที่นำไปทำความเข้าใจกับกมธ.ในรัฐสภา
เมื่อถามว่า สุดท้ายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียงจะยอมรับได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขณะนี้ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้า คือ พยายามทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมากที่จะตั้งขึ้น