ดับซ่าหนุ่มเขมร แย่งอาชีพคนไทย เปิดร้านขายอาหารทะเลแห้ง กร่างใส่เจ้าหน้าที่ บอกไม่กลัวคุก เจออยู่เกินกำหนดอีก เมียโดนจับไปด้วย ผัวเก่าคนไทยเห็นใจอดีตคนรัก ยอมขึ้นทะเบียนนายจ้างให้
วันที่ 5 มิ.ย.69 นายภูวกร โตสิงห์ขร จัดหางานจังหวัดชลบุรี มอบหมาย นายขจรศักดิ์ จันทร์ทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวและคดี ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี และตำรวจ สภ.แสนสุข ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวตามเรื่องร้องเรียน จำนวน 5 แห่ง หลังจากมีคนร้องเรียนว่า แรงงานต่างด้าวเข้ามาค้าขายอาหารทะเล แย่งอาชีพของคนไทย
จุดแรกเป็นร้านจำหน่ายอาหารทะเลตากแห้ง ตั้งในตลาดสะพานปลาอ่างศิลา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น นายโบนา แลง อายุ 50 ปี ชาวกัมพูชา ได้เดินกร่างเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมพูดลอยๆ ใส่เจ้าหน้าที่ว่า “แค่คุกผมไม่กลัว ผมไม่ได้ทำอะไรผิด” และยืนยันว่าตนเองเป็นคนเขมร เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น ก่อนขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว
พบว่า อยู่เกินกำหนดกว่า 311 วัน จึงควบคุมตัวเอาไว้ และพบ นางโซคอน โฟอึง อายุ 45 ปี ชาวกัมพูชา ภรรยาของ นายโบนา กำลังยืนขายสินค้าอยู่บริเวณหน้าร้าน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน พร้อมให้ติดต่อเชิญนายจ้างคนไทยมาแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่
นายจ้างคนไทย ให้การว่า ตนไม่ใช่นายจ้างที่แท้จริงของ นางโซคอน แต่เป็นอดีตสามีและมีลูกด้วยกัน ก่อนที่ นางโซคอน จะเลิกราไปมีสามีใหม่ คือ นายโบนา ด้วยความเห็นใจอดีตคนรัก จึงยอมขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างให้ โดยยืนยันว่าไม่ได้ร่วมลงทุน หรือรับผลกำไรจากร้านค้าแห่งนี้แม้แต่บาทเดียว แต่ทำไปเพราะความสงสารและเห็นใจเท่านั้น
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว 2 สามีภรรยาชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พร้อมของกลางเป็นอาหารทะเลแห้งจำนวนนับร้อยกิโลกรัม รวมถึงนายจ้างคนไทย ซึ่งเป็นอดีตสามีของหญิงชาวกัมพูชา มาสอบสวนที่ สภ.แสนสุข ก่อนดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ โดยวันนี้ พนักงานสอบสวนส่งตัวทั้ง 2 คน ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป