สส.ปชน. แฉ ประตูกฎหมายอภินิหาร 3 บาน เปิดช่องทำปฏิทินประกันสังคม ไม่ต้องแข่งขันราคา ลั่น ยังมีหลายหน่วยใช้วิธีเดียวกัน แนะ รื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างใหม่

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฎิรูปการจัดซื้อจัดจ้าง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงช่องโหว่กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรณีปฎิทินสังคมว่า ตนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดบางคนยืนกรานต้องจัดพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมให้ได้ ทั้งที่สังคมตั้งคำถามถึงความจำเป็น และเมื่อย้อนดูข้อมูลในอดีต จึงพบว่าคำถามอาจไม่ใช่แค่จำเป็นหรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่าได้ปฏิทินมาอย่างไร

ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและสื่อมวลชวนต่างๆ พบว่า มีการใช้งบจัดทำปฏิทินประกันสังคมตลอด 10 ปีที่ผ่านมาราว 630 ล้านบาท และเป็นการเลือกผู้ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง 10 สัญญาจาก 11 สัญญา

ฉะนั้น หากจะเรียกว่าได้ปฏิทินกับการประกวดราคาที่โปร่งใสนั้น ถือว่าไม่ถูก ซึ่งปฏิทินยืนหยัดใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอยู่ได้ด้วยประตูทางกฎหมายสามบาน ได้แก่ บานแรก คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ.2560 มาตรา 56 ที่เปิดช่องให้ออกกฎกระทรวงใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม ซึ่งจริงๆ แล้ว การใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไม่ได้ผิดอะไร หากเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมูลค่าต่ำมากๆ แต่ปัญหาคือการเพิ่มกรณีพิเศษต่างๆ ตามสะดวก

ประตูบานที่สอง คือ กฎกระทรวง พ.ศ.2563 ที่ออกมารองรับกฎหมายที่ระบุให้ซื้อแบบเจาะจงได้ หากเป็นพัสดุส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตรจากร้านสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีใครสักคนใช้ประตูบานนี้ เพื่อเจาะจงเลือกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) ให้เป็นผู้ผลิต 7 จาก 11 สัญญา เป็นเงิน 416 ล้านบาท โดยไม่ต้องแข่งกับใคร

เมื่อประตูบานนี้เริ่มมีคนจับตา ก็จะมีใครสักคนเลือกใช้ประตูอีกบาน คือ กฎกระทรวง พ.ศ.2561 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานในเครือของรัฐ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทำให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กลายมาเป็นผู้จัดทำปฎิทินโดยไม่ต้องแข่งขัน อีก 3 สัญญา เป็นเงินรวม 160 ล้านบาท

และถ้าให้มีการประกวดราคา อย่างกรณีปี 69 ที่ยกเลิก ปรากฏว่าผู้ชนะที่เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการพิมพ์ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 45 เปอร์เซ็นต์ หรือเสนอราคา 26.6 ล้าน จากราคากลาง 48.7 ล้าน นั่นหมายความว่าหากเลือกใช้การแข่งขันอย่างโปร่งใส แทนการเปิดประตูอภินิหารทางกฎหมาย ก็น่าจะประหยัดงบได้ 260 ล้าน

“นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังมีหลายหน่วยงานใช้วิธีเดียวกันปีละหลายหมื่นล้านบาท และทำให้บางองค์กรขยายไปทำสิ่งที่ตนเองไม่ได้ถนัด เพื่อไปกินกำไรโดยไม่ต้องแข่งขันกับใคร

พรรคประชาชน จึงเสนอรื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปตามแนวทางสากล โดยอิงกับแนวทางของสหประชาชาติและธนาคารโลก ซึ่งต้องทบทวนกฎหมาย กฎกระทรวงที่กลายเป็นประตูอภิหาร สร้างความเสี่ยงทุจริตที่ถูกต้องโดยระเบียบราชการ” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ศึกษาการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้างของสภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งขึ้นใหม่ จะมีการเผยผลการวิเคราะห์ ข้อเสนอให้สังคมรับทราบ และขอความเห็นเป็นระยะ ซึ่งตนยินดีหากใครจะส่งข้อมูลความผิดปกติหรือมีข้อเสนอดีๆ มาให้ เพื่อประหยัดภาษีของประชาชนทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน